จับชีพจร ‘เศรษฐกิจไทย’ ผ่านการช้อป ‘สารทจีน’

จับชีพจร ‘เศรษฐกิจไทย’ ผ่านการช้อป ‘สารทจีน’

วันสารทจีน เป็นเทศกาลที่คนไทยเชื้อสายจีนจะมีการไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษ ก่อนถึงวันไหว้คือวันจ่าย บรรดาลูกหลานจะไปจับจ่ายซื้อของไหว้ผู้ล่วงลับ ปีนี้วันสารทจีนตรงกับวันที่ 30 สิงหาคม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้า ในช่วงเทศกาลวันไหว้สารทจีน ประจำปี 2566 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี 2 พบว่าปีนี้ราคาสินค้ากลุ่มผลไม้มีการปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะส้มเขียวหวาน จากเดิมกิโลกรัมละ
70 บาท ปรับขึ้นมาเป็น 130 บาท ส่วนราคาผลไม้อื่นๆ ที่นิยมใช้ในการไหว้ อย่างกล้วยหอม ฟักทอง สับปะรด แก้วมังกร สาลี่ ลูกพลับ ก็ขึ้นราคาด้วยเช่นเดียวกัน

บรรดาแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลบอกว่า ปีนี้มีการออกมาจับจ่ายซื้อของไหว้สารทจีนน้อยลง เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ต่างบ่นกันว่าของแพงขึ้นมาก ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องพากันปรับตัวจัดผลไม้ชุดประหยัด โดยการแพคผลไม้มงคล 5 อย่าง ประกอบด้วย ส้ม สับปะรด แก้วมังกร องุ่น และสาลี่ ขายราคาแพคละ 120 บาท เพื่อกระตุ้นการซื้อขายให้เพิ่มมากขึ้น

Advertisement

ส่วนราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ มีประชาชนมาจับจ่ายเลือกซื้อกันบางตา พ่อค้าแม่ค้าที่ขายเนื้อหมู เนื้อไก่ บอกว่า ปีนี้ลูกค้าสั่งจองหมูแ ละไก่ก่อนวันจ่ายเพื่อหวังเลี่ยงราคาที่จะปรับสูงขึ้นในทุกช่วงเทศกาล ส่วนยอดขายปีนี้ลดลงกว่าปีที่แล้ว แม้ราคาหมูจะยังคงราคาเดิมมา 7 เดือนแล้ว โดยราคาหมูสามชั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 220 บาท สันคอกิโลกรัมละ 220 บาท หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนไก่สดราคานั้นลดลงจากเดิม ไก่สดพร้อมเครื่องในจากเดิมอยู่ที่กิโลกรัมละ 95 บาท ตอนนี้กิโลกรัมละ 85 บาท

ที่ จ.นครสวรรค์ บรรยากาศการออกมาจับจ่ายของชาวไทยเชื้อสายจีนชาวนครสวรรค์ ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลนครนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ขณะที่ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบมีราคาต้นทุนสูงหลายรายการ โดยเฉพาะสินค้าประเภท เป็ด ไก่ ผลไม้ ขนมเข่ง ขนมเทียน มีราคาแพงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวไทยเชื้อสายจีนใน จ.นครสวรรค์ ต้องประหยัดเงินในการจับจ่ายเลือกซื้อของเซ่นไหว้เท่าที่จำเป็น และลดจำนวนการซื้อลง เพียงแต่ให้ครบองค์ประกอบเท่านั้น เนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ดี

จันทร์ฉาย ชมพุก แม่ค้าจำหน่ายผลไม้ตลาดสดเทศบาลนครนครสวรรค์ เผยว่า ผลไม้ปรับสูงขึ้นก่อนเทศกาลสารทจีนทุกรายการ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 5-10 บาท ส่วนราคาขนมเข่ง ขนมเทียนก็ปรับราคาขึ้น 20 บาท จากกิโลกรัมละ 100 เป็นกิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งมีราคาของหมูเพียงอย่างเดียวที่มีราคาลดลง แต่การออกมาจับจ่ายซื้อของไหว้ไม่คึกคักและค่อนข้างบางตา

ส่วนที่ จ.นครราชสีมา บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยเฉพาะที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีชาวไทยเชื้อสายจีนนำเครื่องเซ่นไหว้มากราบไหว้ดวงทิพย์วิญญาณย่าโมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้า แต่บรรยากาศปีนี้ถือว่าซบเซากว่าทุกปี เนื่องจากหลายครอบครัวลดปริมาณการซื้อเครื่องเซ่นไหว้ลง จากผลกระทบเศรษฐกิจที่ไม่ดี
และข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับที่ศาลเจ้าพ่อไฟ ตรงข้ามลานย่าโม ก็มีครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนนำของเซ่นไหว้มากราบไหว้เทพเจ้าในศาลอย่างบางตา

จันทร์ทรา พรมมา อายุ 53 ปี ผู้ดูแลศาลเจ้าปึงเถ๊าพิมาย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เล่าให้ฟังว่า วันสารทจีนปีนี้มีประชาชนออกมาไหว้ศาลเจ้าน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเกิดจากเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี ส่งผลให้คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง และอาจรวมไปถึงการที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับวันสารทจีนน้อยลง ประกอบกับในช่วงเช้าที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นที่ จึงทำให้ในช่วงเช้านี้มีประชาชนเข้ามาไหว้เจ้าน้อยลง ขณะที่บรรยากาศบริเวณด้านหน้าเมรุพรมทัต ซึ่งเป็นจุดที่มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำผลไม้ ชุดของเซ่นไหว้เจ้ามาขายให้กับประชาชน ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าขายของไม่ดี

สมัย พัฒนกุล อายุ 68 ปี แม่ค้าขายผลไม้ บอกว่า สารทจีนปีนี้ขายผลไม้ไม่ดีเลยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หรือในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้บางครั้งผลไม้ที่ซื้อมานั้นขายไม่ออกจนเน่าเสียทิ้งไปก็มี ซึ่งผลไม้ที่รับมานั้นมีราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมาโดนฝนตกซ้ำ ยิ่งทำให้คนที่มาไหว้เจ้าน้อยลงไปอีก ได้แต่หวังว่ารัฐบาลใหม่จะช่วยเรื่องเศรษฐกิจให้กลับมาดีได้อีกครั้ง

ส่วนที่ จ.สงขลา บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าสำหรับวันสารทจีนไม่คึกคักมากนัก พ่อค้าแม่ค้าต่างจัดเตรียมสินค้าเพิ่มมากกว่าปกติเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการซื้อขายเงียบเหงามาสักระยะแล้ว จากกำลังซื้อของลูกค้าลดน้อยลงไป

จากการตรวจสอบการซื้อขายสินค้าที่ตลาดกิมหยง ตลาดใหญ่ของชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าแม้จะเป็นวันสารทจีนที่จะมีการซื้อสินค้าสำหรับเซ่นไหว้กันเพิ่มมากขึ้น แต่ปีนี้ถือว่าบรรยากาศเหมือนวันปกติ ไม่ได้คึกคักมากนัก ลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อสินค้าตามความจำเป็นเท่านั้น ส่วนราคาสินค้าเป็นราคาปกติ ไม่ได้มีการปรับขึ้นมาตั้งแต่ต้นทาง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายในราคาเดิม โดยผลไม้ อย่างส้มราคากิโลกรัมละ 120-180 บาท แล้วแต่ชนิดและขนาด องุ่นไร้เมล็ดกิโลกรัมละ 300-400 บาท
ไก่บ้านสด กิโลกรัมละ 150 บาท ผัก ขนมถ้วยฟูลูกละ 50-70 บาท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นราคาเดิม

มนทิพย์ อินทร์จันทร์ แม่ค้าขายไก่บ้าน บอกว่า สารทจีนปีนี้การค้าขายเงียบเหงา ยอดขายลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมามากกว่าร้อยละ 70 แม้จะเตรียมสินค้ามากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้มีลูกค้ามาเลือกซื้อมากนัก โดยลูกค้าส่วนใหญ่เน้นการไหว้ตามประเพณี อีกทั้งภาวะทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีมากนัก จึงมีการประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามพ่อค้าแม่ค้าถึงความคาดหวังกับรัฐบาลชุดใหม่นั้น ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ใครจะเป็นรัฐบาล ชาวบ้านก็ยังต้องทำมาหากิน ช่วยเหลือตัวเอง หากินกันเองเหมือนเดิม
นี่เป็นบรรยากาศ และเสียงสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศว่าชีพจรเต้นแผ่วลง…

ต้องรอลุ้นว่ารัฐบาลใหม่จะกระตุ้นอย่างไรให้เศรษฐกิจคึกคักขึ้น!?!

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image