หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ททท.’ ฝากการ...

‘ททท.’ ฝากการบ้านผู้ว่าใหม่ ชี้ปั้นรายได้ท่องเที่ยวแตะ 3.3 ลลบ. ปี 67 ตามเป้านายกฯ ไร้ปัญหา

31.08.23 | 05:31 น.

‘ททท.’ ฝากการบ้านผู้ว่าใหม่ ชี้ปั้นรายได้ท่องเที่ยวแตะ 3.3 ลลบ. ปี 67 ตามเป้านายกฯ ไร้ปัญหา

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การบ้านที่จะส่งไม้ต่อให้นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าที่ผู้ว่าททท.คนใหม่ ได้แก่ การไปให้ถึงเป้าหมายของภาคการท่องเที่ยวไทยในทุกเซกเตอร์ ทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทยและตลาดไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะการยกระดับซัพพลายไซด์ไปสู่ความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้เรามีมาตรการที่กำหนดไว้แล้วคือ การเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒาให้เกิดความยั่งยืนในปี 2030 และก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะว่าที่ผู้ว่าททท.คนใหม่ก็มีความต้องการผลักดันเรื่องนี้เช่นกัน อาทิ การกำหนดให้ซัพพลายเชนของภาคการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร จะต้องมีมาตรฐานความยั่งยืน หากไม่ได้มาตรการตามที่ตั้งไว้ก็จะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของททท. ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ โครงการ หรือมาตรการใดก็ตามแต่ โดยกรณีของรายได้ท่องเที่ยวไทยจะต้องดันขึ้นแตะ 3.3 ล้านล้านบาทในปี 2567 ตามที่นายกฯ ประกาศไว้ มองว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ต้องทำภายใต้การเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายเข้ามาเพิ่มมากขึ้น

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินงานไปให้ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ในส่วนของรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องยึดหมุดหมายของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คือ การสร้างการท่องเที่ยวให้มีคุณค่าและมีความยั่งยืนมากขึ้น โดยประเมินว่าตัวเลขรายได้ตามเป้าหมายของททท. ที่ตั้งไว้ในปี 2566 จะต้องดึงรายได้กลับมาในสัดส่วน 80% ของปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ทำได้อย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้มีการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแตะ 2.5-3 ล้านคนต่อเดือนแล้ว หากสิ้นปีนี้สามารถปลดล็อกเงื่อนไขอะไรบางอย่างได้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 28 ล้านคน โดยในปี 2567 ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องดึงรายได้กลับมา 100% แต่อยากเห็นในเชิงคุณภาพมากขึ้น จึงต้องช่วยกันทำพร้อมกับปรับปรุงซัพพลายไซด์ที่เน้นคุณภาพ ประสบการณ์ และความปลอดภัยควบคู่กันไป

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งรัดดำเนินการมากที่สุด ได้แก่ 1. Ease of Traveling การอำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการช่วงชิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ 2. Extend Length of Stay การขยายเวลาในการพำนักให้นานขึ้น เพื่อชดเชยกับราคาตั๋วเครื่องบินที่ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินยังไม่กลับสู่ระดับปกติ รวมถึงปัจจุบันเราเห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มที่จะอยู่นานขึ้นเพื่อชดเชยราคาตั๋วเครื่องบินที่ยังคงสูงอยู่ด้วย และ 3. Support SMEs การสนับสนุนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยังอาจไม่ได้รับผลดีของการกลับมาของการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวกระจายเข้าไปเติมเต็มซัพพลายที่ยังมีอยู่นี้

“สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย แก้ข่าวลือเชิงลบ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเที่ยวไทยได้อย่างมีคุณภาพและได้ประสบการณ์แบบมีความสุข เพราะข่าวลือในประเทศจีนของไทยค่อนข้างแรงมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งชาวจีนมาเที่ยวไทย อันตรายมาก อาจถูกลักพาตัวข้างถนนในเมืองไทย และคนร้ายจะตัดอวัยวะมนุษย์ไปขาย ลักพาตัวแล้วนำไปขายที่ชายแดนเมียนมาร์ ไปประกอบอาชีพฉ้อโกง จะถูกทุบตี ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตได้ โดยมีการส่งต่อข่าวว่า ข้อมูลของตำรวจไทยในปี 2566 มีชาวจีนสูญหาย 200 คนต่อวัน และชาวจีนหาย 70,000 คนต่อปี รวมถึงการปราบปรามของตำรวจไทยต่อธุรกิจสีเทาของจีน ทำให้ทุกคนในจีนรู้สึกไม่มั่นคง ชาวจีนกังวลมาก ว่าไทยจะต่อต้านชาวจีนที่เป็นบุคคลธรรมดาเข้ามาท่องเที่ยวด้วย โดยข่าวลือเหล่านี้มีกระแสค่อนข้างแรงในช่องทางออนไลน์ของจีน (Tik Tok จีน) และมีผลกระทบอย่างมากกับการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ไทย (ตลาดคนจีน) จึงต้องเร่งแก้ไขและสร้างความมั่นใจกลับคืน” นายยุทธศักดิ์ กล่าว