“เมดิท็อกซ์” เคลียร์คดีจบ พ้นมลทิน ประกาศกลับมาทำตลาดในไทย ทวงคืนบัลลังก์แบรนด์โบท็อกซ์เกาหลีอันดับ 1 ในเมืองไทย
นายสุรวุฒิ วูวงศ์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท เมดิเซเลส จำกัด ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ “Neuronox” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า สินค้าโบท็อกซ์แบรนด์ Neuronox ได้กลับเข้ามาทำตลาดในไทยอีกครั้ง หลังจากหายไปเกือบ 3 ปี เนื่องจากคดีพิพาททางการค้ากับบริษัท แดวูง เป็นที่ยุติแล้ว โดยบริษัท เมดิท็อกซ์ ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ Neuronox เป็นผู้ชนะคดี ศาลแขวงกลางของกรุงโซลได้สั่งให้ แดวูง เปลี่ยนสายพันธุ์โบท็อกซ์พร้อมชดเชยความเสียหายให้เมดิท็อกซ์ มูลค่า 4 หมื่นล้านวอน หรือราว 1 พันล้านบาท จากการละเมิดความลับทางการของคู่แข่ง
นายสุรวุฒิ กล่าวว่า ในช่วงระหว่างเกิดคดีความ บริษัทคู่แข่งได้แจ้งข้อกล่าวหาไปทาง อย. เกาหลีว่า เมดิท็อกซ์ได้เปลี่ยนแปลงสารสำคัญในยา อย.ประเทศไทยจึงมีความเห็นว่าเป็นความผิดขั้นรุนแรงจึงออกจดหมายมาที่บริษัท 3 ฉบับ ฉบับแรก ห้ามนำเข้าและจัดจำหน่าย ฉบับที่สอง ขอตัวอย่างไปวิเคราะห์ และฉบับสุดท้ายคือให้เรียกคืนสินค้าทั้งหมด แต่ภายหลัง อย.เกาหลีใต้ยกฟ้องข้อกล่าวหาทั้งหมด ส่งผลให้อย.ประเทศได้คืนใบอนุญาตการนำเข้า Neuronox เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และอนุญาตให้บริษัทฯนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ
“เมดิเซเลส มีความพร้อมทวงคืนตำแหน่งผู้นำตลาด ‘แบรนด์โบท็อกซ์เกาหลีอันดับ 1 ในเมืองไทย’ ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานด้วยสายพันธุ์ออริจินอลเทียบเท่ากับแบรนด์ต้นตำรับแต่มีราคาที่คุ้มค่ากว่าหลายเท่า และบริษัทมีแผนจะต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยของทีม เพื่อตอบสนองตลาดที่ต้องการยาที่มีนวัตกรรมดียิ่งขึ้น เนื่องจากแนวโน้มอุตสาหกรรมความงามด้วยแพทย์ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ยังไปได้ดี เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีการแข่งขันสูง เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ล้วนให้ความสนใจเรื่องการปรับรูปหน้า จึงเป็นปัจจัยบวกให้กับยอดขายของบริษัท คาดว่าธุรกิจจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 50% ต่อปี”
สำหรับกลยุทธ์เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด บริษัทฯให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ให้กับแพทย์ ด้วยการจัดอบรม การให้ความรู้เชิงปฏิบัติ เปิดเวทีสัมมนา การจัดเวิร์กชอปพัฒนาองค์ความรู้และทักษะการใช้ผลิตภัณฑ์แบบไร้ผลข้างเคียง เพื่อผู้บริโภคและตลาดเกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การสร้างการรับรู้ในตราสินค้า ผ่านช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ การโฟกัสฐานลูกค้าเดิมและสร้างฐานลูกค้าใหม่ ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น โดยบริษัทฯตั้งเป้าการเติบโต 50% มียอดขาย 600 ล้านบาทในปีนี้
นายสุรวุฒิ กล่าวว่า บริษัทฯยังมีการนำเสนองานวิจัยทางการแพทย์ที่ทำในประเทศไทย โดยทำวิจัยเกี่ยวกับ “Neuronox” ทั้งด้านความงามและที่เกี่ยวข้องกับโรคคอบิดและโรคกล้ามเนื้อกระตุก เพราะต้องการผลักดันให้นำสารตัวนี้เข้าไปใช้ในบัญชียาหลักเพื่อการรักษาโรคดังกล่าว ล่าสุด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด ในงานวิจัย การใช้นิวรามิสเพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีริ้วรอยบริเวณริมฝีปากและรอบปาก เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพื่อให้แพทย์ผู้ทำหัตถการมีความมั่นใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์นิวรามิสสำหรับริมฝีปากในคนไทย

