หน้าแรก เศรษฐกิจ ภาคการเงิน ขอ...

ภาคการเงิน ขอรัฐดันนโยบายหนุนเอกชน-กลุ่มเปราะบาง เชื่อใจเพื่อไทยคุมเศรษฐกิจ

31.08.23 | 12:08 น.

“ภาคการเงิน” ขอรัฐดันนโยบายหนุนเอกชน-กลุ่มเปราะบาง ยัน รบ.ผสมเดินหน้าได้ เชื่อใจ พท.คุมเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม หลังจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นั้น

นางสาวชมภูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาพการเมืองไทย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือความไม่ชัดเจน แต่เมื่อโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว ทำให้การดำเนินงานของรัฐบาลน่าจะเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และประชาชนน่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น ขณะในภาพธุรกิจก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดีในเรื่องที่รัฐบาลมีแนวทางการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ชัดเจนขึ้น

นางสาวชมภูนุช กล่าวว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนก็คงแล้วแต่รัฐบาลที่มีนโยบาย แต่ในภาพที่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่มีการสร้างอยู่เดิมก็อยากเร่งให้โครงการเสร็จสิ้น การใช้จ่ายเรื่องงบประมาณต่างๆ เพราะภาคเอกชนต้องหวังพึ่งภาครัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมา การมีรัฐบาลรักษาการก็ไม่ได้ดำเนินการรวดเร็วได้ ดังนั้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเรื่องที่ประชาชนอยากได้รับจากรัฐบาลชุดใหม่

“การทำงานของรัฐบาลก็มีหลายอย่างที่ภาคเอกชนช่วยสนับสนุน และในแง่ของประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุน หรือกลุ่มเปราะบาง ก็คงต้องให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ที่ยังต้องประคองให้ดำเนินการต่อได้ภายใต้เศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังพ้นปัญหาโควิด”นางสาวชมภูนุช กล่าว

Advertisement

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า หลังจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ด้วยพรรคการเมืองที่จับขั้วรัฐบาลมีหลากหลายพรรค อาจทำให้การบริหาร หรือดำเนินการนโยบายของพรรคมีความเป็นไปได้หรือไม่ นั้น ตามที่คณะรัฐบาล (ครม.) เป็นรัฐบาลผสม ซึ่งไม่ใช่เป็นการจัดตั้งจากพรรคเพื่อไทยพรรคเดียว

โดยนโยบายที่จะขับเคลื่อนก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการเฉลี่ยการทำนโยบายภายในขั้วรัฐบาลที่มีการรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองอื่นๆ จึงมีการจัดสรรถึงตำแหน่งผู้ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายจะเป็นนักการเมืองจากพรรคอื่นๆ และอาจไม่ใช่นโยบายจากพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยคุมกระทรวงเศรษฐกิจหลัก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และอื่นๆ ซึ่งต้องติดตามว่าการดำเนินนโยบายจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าการขับเคลื่อนจะเป็นมาตรการทางการคลัง สำหรับดำเนินนโยบายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ขณะที่มาตรการทางด้านเกษตร ไม่ใช่ว่าเพื่อไทยจะทิ้งนโยบายที่มีไว้ แต่คาดว่าสุดท้ายการเจรจาระหว่างพรรคการเมืองจะมีข้อสรุปต่อการทำนโยบายว่าแต่ละพรรคมีนโยบายที่เป็นข้อแตกต่างอย่างไร และจะร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร

ทั้งนี้ มองว่ารัฐบาลใหม่ควรจะเน้นนโยบายที่กระตุ้นกำลังซื้อระดับล่าง หรือลดค่าครองชีพ เนื่องภาพเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ไม่ทั่วถึง กำลังซื้อระดับล่างยังอ่อนแอ ขณะที่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นความหวังคือภาคการท่องเที่ยว แต่จะทำอย่างไรให้ภาคท่องเที่ยวเร่งแรงขึ้นกว่านี้ และเกิดการกระจายตัวมากกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามนโยบายที่เปิดเผยต่อสภาฯ เป็นอย่างไร คงต้องรอผลสรุปต่อการดำเนินการในนโยบายต่างๆ