หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าปลีก หวัง ...

ค้าปลีก หวัง “เศรษฐา 1” ต่อมาตรการช้อปช่วยชาติ กระตุ้นใช้จ่ายโค้งสุดท้าย

31.08.23 | 18:19 น.

ค้าปลีก หวัง “เศรษฐา 1” ต่อมาตรการช้อปช่วยชาติ กระตุ้นใช้จ่ายโค้งสุดท้าย ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ อัด 400 ล้านดึงคนมาช้อป

นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคการค้าปลีกและการบริการ จะขยายตัวได้ดีตามภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากขึ้น ดังนั้น เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ เน้นกระตุ้นการท่องเที่ยว ยิ่งขณะนี้ได้นายกรัฐมนตรีและกำลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เชื่อว่าทุกอย่างก็จะดีขึ้นและสร้างความมั่นใจดีขึ้น ต่อภาคท่องเที่ยว การใช้จ่าย ตามด้วยการลงทุนรัฐและเอกชนที่จะเกิดขึ้นมากจากนี้้ โดยในฐานะผู้บริหารด้านค้าปลีก ก็อยากให้รัฐบาลเร่งเรื่องการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน กระตุ้นนักท่องเที่ยวผ่านฟรีวีซ่า เร่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง เร่งโปรโมตดึงทั่วโลกมาเที่ยวไทยโดยเฉพาะการจัดแคมเปญกระตุ้นเที่ยวไทย และ อยากให้สานต่อมาตรการกระตุ้นบริโภคและใช้จ่าย ผ่านมาตรการลดหย่อนภาษี อย่าง ช้อปดีมีคืน โดยมีการประกาศใช้ก่อนช่วงคริสต์มาสยาวถึงหลังปีใหม่ และเห็นด้วยที่รัฐบาลใหม่จะเร่งลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุน อย่างลดค่าไฟ ราคาดีเซล ซึ่งจะมีผลทันทีต่อความมั่นใจต่อการใช้จ่าย

” แม้ตอนนี้จำนวนลูกค้าเข้าใช้จ่ายในห้างค้าปลีกโดยรวมจะดีขึ้น 10% และในแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม อย่างเซ็นทรัลเวิลด์จะดีขึ้น 15-20 % แต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนยังน้อยกว่าเดิมมาก และปลายปีทั่วโลกจะแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวอย่างหนัก ไทยก็ควรเร่งมือจูงใจต่างชาติจองมาเที่ยวไทยก่อน ชูจุดขายไทยคือสวรรค์นักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมากำลังซื้อจะมาจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ตะวันออกกลาง อาเซียน ซึ่งทางกลุ่มค้าปลีกก็กำลังหารือถึงสถานการณ์และข้อเสนอ เพื่อนำเสนอรัฐบาลใหม่ หลังจากการจัดตั้งแล้วเสร็จ” นายณัฐกิตติ์ กล่าว

นายณัฐกิตติ์ กล่าวว่า ในส่วนของเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นยังเน้น The Real Global Landmark ที่ดึงดูดแบรนด์ดังต่างๆ จากทั่วโลก ด้วยความเป็น Lifestyle Brand ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม เข้าถึงทุกเป้าหมายหลากหลายระดับ และได้รับการต้อนรับจากเจ้าของแบรนด์เลือกเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นจุดเริ่มต้นเปิดสาขาแรกในไทย ซึ่งในปีนี้จะมีอีกประมาณ 10 แบรนด์ แบรนด์ดังทั้งอาหาร แฟชั่น กีฬาและอุปกรณ์กีฬา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย แบรนด์ที่ปรับโฉมคอนเซ็ปต์ใหม่ และ Flagship store in Thailand ตอกย้ำการเป็น Global destination ที่ต้อนรับแบรนด์ดังทั่วโลก และ เตรียมพบเทศกาลแห่งปีที่ไม่เคยมีมาก่อน กับการ Collaboration ครั้งยิ่งใหญ่กับแบรนด์ระดับโลก ล่าสุด แบรนด์ NITORI ร้านเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านจากญี่ปุ่น ก่อนขยายไปสาขาเซ็นทรัลพัฒนา ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ช่วงเดือนธันวาคมนี้

ทั้งนี้ ด้วย เซ็นทรัลเวิลด์มีจุดแข็งสะท้อนความเป็นเดสติเนชั่นระดับโลก คือ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯและราชประสงค์คือย่านการค้าและท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีคนสัญจรในย่านเฉลี่ยกว่า 600,000 คนต่อวัน ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าใช้บริการในเซ็นทรัลเวิลด์จากปี 2561 ติบโตเฉลี่ย 120% เฉลี่ยต่อวัน 150,000 คน และสูงขึ้นไปถึง 180,000-200,000 คนต่อวัน หากมีกิจกรรมอีเวนต์ใหญ่ภายในศูนย์ โดยลูกค้าที่มาใช้บริการแบ่งเป็น คนไทย 65% และ ต่างชาติ 35% นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมากที่สุดคือ เอเชียใต้ ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และตะวันออกกลาง โดย 83% เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมาท่องเที่ยวกันเอง

Advertisement

สำหรับครึ่งปีหลัง เซ็นทรัลเวิลด์มุ่งมั่นเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยกลยุทธ์ ‘The Magnitude of World Phenomenon’ ตอกย้ำการเป็นเบอร์ 1 “The Real Global Landmark” โดย 1.สร้างปรากฏการณ์อีเวนต์ Signature ระดับประเทศ-ระดับโลกที่ทุกคนต้องมา เป็น First-time ever ไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อน อาทิ การเปิดตัวครั้งแรกในไทยของ POP MART ผู้นำด้านป๊อปคัลเจอร์จากจีน, งานแสดงกันดั้มสุดยิ่งใหญ่ “GUNDAM Docks at THAILAND” พร้อมกันดั้มสูงกว่า 6 เมตร, งาน Thailand Coffee Hub, เทศกาลดนตรี Melody of Life, งาน YWCA จำหน่ายสินค้าโดยร้านค้าจากสถานทูตในไทย, เทศกาลเปิดไฟต้นคริสต์มาส และ centralwOrld Bangkok Countdown ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไตรมาสสุดท้ายของปีให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
” โดยแต่ละไตรมาส เราจะใช้งบการตลาดไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท โดยกำลังเตรียมจัดงานเคาต์ดาวน์ ส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่ ที่ยิ่งใหญ่อีกปี ” นายณัฐกิตติ์กล่าว

นายทาเคดะ มาซาโนริ กรรมการผู้จัดการทั่วไปแผนก Global Merchandising และผู้จัดการทั่วไปแผนก Global Sales Promotion รับผิดชอบส่วนธุรกิจขายต่างประเทศ บริษัท นิโตริ โฮลดิงส์ จำกัด กล่าวว่า การเปิดสาขาแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกประเทศญี่ปุ่น โดยตั้งเป้าหมายว่าตั้งแต่ปี 2566 จะเร่งขยายสาขาในเอเชียเพิ่มมากขึ้น และตั้งเป้าเปิดในญี่ปุ่นและนอกญี่ปุ่นรวม 200 สาขา โดย NITORI สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นับเป็น Flagship Store สาขาแรกของเราในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีของลูกค้าในพื้นที่ ซึ่งเรามองว่าย่านราชประสงค์เป็นพื้นที่ซึ่งมีความคึกคักตลอดเวลา มีอัตราการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างสูง มีปริมาณลูกค้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน และสามารถรองรับทุกความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี เฉพาะในไทยก็มีแผนจะขยายให้ถึง 100 สาขาในช่วง 3-5 ปี