หน้าแรก เศรษฐกิจ กนง.คงการเติบ...

กนง.คงการเติบโตเศรษฐกิจปี 59-60 ไว้ 3.2% เป็นห่วงความเสี่ยงการเมือง ตปท. การเงินยุโรป-จีน มั่นใจรับมือผันผวนไทย-เทศได้ดี

4.01.17 | 13:25 น.
แฟ้มภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่ “รายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือนธันวาคม 2559” โดยคงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2559 ไว้ที่ 3.2% และปี 2560 ที่ 3.2% แต่ได้ปรับประมาณการปัจจัยภายในของปี 2559 เมื่อเทียบกับประมาณการครั้งก่อนที่ประกาศในเดือนกันยายน 2559 โดยปรับเพิ่มการบริโภคภาคเอกชนเป็น 3.1% จากเดิม 2.7% ปรับลดการลงทุนภาคเอกชนเป็นติดลบ 0.6% จากเดิม 1.1% ปรับลดการอุปโภคภาครัฐเป็น 1.1% จากเดิม 3.5% ปรับลดการลงทุนภาครัฐเป็น 9.3% จากเดิม 9.7% ปรับเพิ่มการส่งออกสินค้าและบริการเป็น 1.9% จากเดิม 1.7% การนำเข้าสินค้าดีขึ้นจากเดิมติดลบ 2.7% เป็นติดลบ 2.3%
ส่วนประมาณการปี 2560 ได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบภายในเช่นกัน โดยปรับเพิ่มการบริโภคภาคเอกชนเป็น 2.6% จากเดิม 2.1% ปรับลดการลงทุนภาคเอกชนเป็น 1.6% จากเดิม 1.7% ปรับเพิ่มอุปโภคภาครัฐเป็น 3.2% จากเดิม 2.8% ปรับเพิ่มการลงทุนภาครัฐเป็น 11.9% จากเดิม 7.5% ปรับลดการส่งออกสินค้าและบริการเป็น 0.6% จากเดิม 1% ปรับเพิ่มการนำเข้าสินค้าและบริการเป็น 2.4% จากเดิม 2.2%

พร้อมทั้งประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลง โดยค่าเฉลี่ยในปี 2559 อยู่ที่ 0.2% และปี 2560 อยู่ที่ 1.5% จากเดิมอยู่ที่ 0.3% และ 2% ส่วนประมาณการอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงเล็กน้อย โดยในปี 2559 อยู่ที่ 0.7% จากเดิม 0.8% และปี 2560 อยู่ที่ 0.8% จากเดิม 1% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับสู่กรอบเป้าหมายในไตรมาสที่ 1 ปี 2560
ประมาณการเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ รายงานยังระบุว่า นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงรายงานนโยบายการเงินเดือนธันวาคม โดยสรุปว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2559 และ 2560 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม คือปี 2559 อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3.2% และปี 2560 ที่ 3.2% โดยการส่งออกสินค้าและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นจะช่วยชดเชยการส่งออกบริการในส่วนการท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พัฒนาการสำคัญที่ กนง.นำมาพิจารณาเพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจเปรียบเทียบกับที่ประเมินไว้ในรายงานนโยบายการเงินครั้งก่อน เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและตลาดการเงินมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มเร็วกว่าที่คาด จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากกว่าคาดจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย รายได้เกษตรกรดีขึ้น โครงการและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมาเพิ่มเติม
ประเด็นสำคัญที่กนง.ติดตาม

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกสินค้าปรับดีขึ้นบ้างจากประมาณการครั้งก่อน แต่จำกัดอยู่ในบางอุตสาหกรรม การส่งออกสินค้าอื่นมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นและมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากรายได้เกษตรดีขึ้นและมาตรการสนับสนุนระยะสั้นจากภาครัฐ การส่งออกบริการมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าคาดเดิมตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ คาดว่าในระยะต่อไปบรรยากาศจะค่อยๆ ดีขึ้น ประกอบกับมีมาตรการรัฐประคับประคอง การส่งออกบริการจึงมีแนวโน้มขยายตัวได้ในปี 2560 การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มต่ำต่อเนื่อง โดยภาคการผลิตชะลอการลงทุนเนื่องจากมีกำลังการผลิตเหลือ รอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การใช้จ่ายภาครัฐแม้จะมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม แต่ในปี 2560 อัตราขยายตัวสูงกว่าเดิม เพราะแนวโน้มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังใกล้เคียงกับที่คาดไว้เดิม และมีเม็ดเงินสนับสนุนเพิ่มจากโครงการประชารัฐสร้างไทย

Advertisement

ทั้งนี้ แรงกดดันเงินเฟ้อลดลงกว่าที่ประเมินไว้จากด้านต้นทุนตามราคาอาหารสดที่ปรับลดลงเร็วกว่าคาดตั้งแต่เดือนกันยายน เพราะภัยแล้งคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่มีต่อประมาณการเศรษฐกิจมีมากขึ้นมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านการค้าของสหรัฐที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงเดิมยังมีอยู่คือ ความเสี่ยงภาคการเงินของจีน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อาจต่ำกว่าคาดจากผลของการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย แต่เศรษฐกิจอาจขยายตัวสูงกว่ากรณีฐานได้ จากมาตรการของรัฐที่อาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่าคาด

“เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้ความเสี่ยงของการฟื้นตัวจะโน้มไปทางด้านต่ำมากขึ้นเพราะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากการเมืองในต่างประเทศและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินของยุโรปและจีนทำให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัวต่ำกว่าประมาณการ และเศรษฐกิจไทยต้องเจอกับความไม่แน่นอนสูง” รายงานระบุ

สำหรับภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากสภาพคล่องในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับสูงขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของปีก่อน ทั้งนี้ กนง.มีความเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าแต่ในอัตราที่น้อยกว่าคู่ค้าคู่แข่ง ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร กนง.เห็นว่าระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ สามารถรับมือกับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ การเงินทั้งในและต่างประเทศได้ค่อนข้างดี
กนง.ประเมินเงินเฟ้อ
แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในบางจุด เช่น คุณภาพสินเชื่อของธุรกิจบางกลุ่มที่ด้อยลง และพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ในระยะต่อไป กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น จึงเห็นว่า นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง และพร้อมที่จะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ

ส่วนเป้าหมายเงินเฟ้อสำหรับระยะปานกลาง และสำหรับปี 2560 กนง. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นชอบร่วมกันในการกำหนดให้คงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีที่ร้อยละ 2.5 ± 1.5 เป็นเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง และสำหรับปี 2560 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในระดับดังกล่าวเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน รวมทั้งช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ