แสนสิริ ทุ่ม 830 ล้าน เทค ’S71’ บริษัทลูกมั่นคง แลกที่ดินทำเลทองขึ้นคอนโดหรู
เมื่อวันที่ 1 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัท ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 บริษัท สิริ สมาร์ท ไฟฟ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ได้เข้าทำธุรกรรมซื้อหุ้นสามัญ ทั้งหมดในบริษัท เอส 71 พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือS71 จากผู้ถือหุ้นเดิมของ S71 (บริษัทลูกบมจ.มั่นคงเคหะการ) ภายใต้มติที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566
ซึ่งที่ประชุมดังกล่าวได้มอบอำนาจให้รักษาการประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติและตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ภายหลังธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นสามัญแล้วเสร็จ S71 จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัท
โดยมีรายละเอียดการเข้าทำรายการมีดังนี้ บริษัท สิริ สมาร์ท ไฟฟ์จำกัด ได้เข้าทำธุรกรรมซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เอส 71 พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 6,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ100 ของหุ้นทั้งหมดใน S71 ในราคารวมทั้งสิ้น 830,744,937.12 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้เจรจาตกลงกันโดยพิจารณาจากมูลค่า ที่ดินที่เป็นทรัพย์สินหลักของ S71
สำหรับทรัพย์สินหลักของ S71 คือ ที่ดินบริเวณแขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ดิน รวมทั้งหมดประมาณ 6 ไร่ 9.9 ตารางวา และไม่ได้ประกอบธุรกิจอื่นใด โดยแหล่งเงินทุน จะมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท
ด้านนายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)หรือMK กล่าวว่า การขายที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นไปตามราคาตลาดในย่านนั้น และทั้งสองฝ่ายยินดีกับการซื้อขายในราคาเท่านี้ อีกทั้งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ในปี 2566 จะลดการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเหลือ 30% และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจคลังสินค้าและโกดังให้เช่าและธุรกิจเวลเนสเป็น 70% เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว และรับกับเทรนด์ธุรกิจสุขภาพที่มีการเติบโตมากขึ้นในปัจจุบัน
“เราเป็นอสังหาฯรายเล็ก ขนาดพอร์ตอสังหาฯของเราถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทรายใหญ่ในตลาด ขณะที่การแข่งขันก็สูงและกำไรต่ำกว่าธุรกิจให้เช่าและสุขภาพที่เรากำลังบุกตลาด ตอนนี้เรามีแลนด์แบงก์อยู่หลายแปลงถ้าขายก็ได้ เพราะยังไม่มีแผนพัฒนาโครงการในช่วง 1-2 ปีนี้”นายวรสิทธิ์กล่าว
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่แสนสิริตัดสินใจซื้อที่ดินของบริษัท S71 เนื้อที่กว่า 6 ไร่เศษ เนื่องจากอยู่ติดกับที่ดินของบริษัทตรงสุขุมวิท 77 ยังเหลืออยู่บางส่วน เพื่อนำมารวมแปลงพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม ระดับราคา1-2 แสนบาทต่อตารางเมตร เพราะย่านนี้ดีมานด์สูง เป็นแหล่งชุมชน แหล่งงานและใกล้โรงเรียนนานาชาติ และมีต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ใน 1-2 ปีนี้ เนื่องจากต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอด้วย โดยรูปแบบโครงการจะคล้ายกับโครงการคอนโมเนียมโมริ เฮาส์

