หน้าแรก เศรษฐกิจ ครั้งแรกในไทย...

ครั้งแรกในไทย คลอดประกันความงาม คุ้มครองหลังศัลยกรรม 1ปี

1.09.23 | 18:40 น.
ภาพประกอบ

ครั้งแรกในไทย คลอดประกันความงาม คุ้มครองหลังศัลยกรรม 1ปี

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายอาภากร ปานเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการออกกรมธรรม์ประกันภัยจากการเสริมความงาม ซึ่งเป็นประกันภัยรูปแบบใหม่ของประเทศไทย ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ คปภ. ร่วมพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยเสริมความงาม 3 ประเภท เพื่อคุ้มครองทั้งผู้รับบริการและแพทย์ พร้อมให้การช่วยเหลือเยียวยา จ่ายค่าเสียหาย หากเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการรับบริการเสริมความงามว่า การเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากการศัลยกรรมมีหลายรูปแบบ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ต่างกันไป นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษา ดังนั้น กรมธรรม์ประกันภัยจากการเสริมความงามก็จะเข้ามารองรับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการด้วย

“ในส่วนของผู้ใช้บริการ จะเป็นกรมธรรม์คุ้มครองเสริมความงาม ครอบคลุมกรณีภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงหลังการทำศัลยกรรม โดยผู้เอาประกันภัยต้องซื้อประกันภัยหลังจากการทำศัลยกรรม หากเกิดภาวะแทรกซ้อนภายในระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ก็จะได้รับความคุ้มครองในเรื่องค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ระหว่างนอนอยู่ในโรงพยาบาลก็จะมีค่าชดเชย นอกจากนั้น กรมธรรม์ก็จะคุ้มครองเรื่องอุบัติเหตุพ่วงเข้าไปด้วย” นายอาภากรกล่าว และว่า ส่วนของผู้ให้บริการ หากเป็นคลินิกเวชกรรม หรือโรงพยาบาล (รพ.) จะมีกรมธรรม์ความรับผิดวิชาชีพสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านความงาม ซึ่งจะคุ้มครองความรับผิดจากการทำหัตถการความงาม เช่น การทำทรีตเมนต์ การเลเซอร์กำจัดขน การฉีดโบท็อกซ์ การฉีดฟิลเลอร์ แต่ยังไม่คุ้มครองการทำศัลยกรรมตกแต่ง และปัจจุบันก็ยังไม่มีกรมธรรม์ใดที่คุ้มครองแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมตกแต่ง เรื่องนี้ยังต้องรอการหารือร่วมกับภาคธุรกิจต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ไปทำประกันความงาม ย่อมมีความเสี่ยงว่าจะเกิดผลข้างเคียงหลังเสริมความงาม จะมีผลต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือไม่ นายอาภากรกล่าวว่า เหตุผลของการออกกรมธรรม์ก็เพื่อรองรับการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการทำศัลยกรรม เป็นประกันภัยเฉพาะการทำศัลยกรรมตกแต่ง ดังนั้น บริษัทก็จะออกกรมธรรม์นี้มารองรับความเสี่ยง

“นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะมีประกันภัยจากการเสริมความงาม ซึ่งนายทะเบียนเพิ่งให้ความเห็นชอบกรมธรรม์ไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับกรอบอัตราเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.51 ซึ่งบริษัทที่จะนำไปใช้จะมีการพิจารณาในรายละเอียดต่อไป ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการทำการตลาดของบริษัทประกันภัย ดังนั้น ทาง คปภ.จึงยังไม่มีข้อมูลผลตอบรับประกันภัยว่ามากน้อยอย่างไร แต่คาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยเสริมความงามออกมาสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ เพราะเห็นว่าขณะนี้มี 2-3 บริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุมัติแบบกรมธรรม์จากนายทะเบียนไปแล้ว หลังจากนี้ จะต้องติดตามผลของการดำเนินการ เราคาดหวังว่าเมื่อมีเหตุต้องให้การคุ้มครองตามกรมธรรม์ การตีความต่างๆ จะต้องชัดเจน มีข้อขัดแย้งน้อยที่สุด จากนั้นก็จะต้องเก็บข้อมูลอัตราเบี้ยเพื่อพิจารณาปรับลดหรือเพิ่มอัตราเบี้ยลง” นายอาภากรกล่าว

Advertisement

เมื่อถามต่อไปว่า กรณีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนหลังจากเสริมความงาม ที่อาจเกิดจากผู้รับบริการดูแลตนเองไม่ดีพอ จะคุ้มครองหรือไม่ นายอาภากรกล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะต้องให้แพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพวินิจฉัยว่า ผลข้างเคียงนั้นเกิดจากการเสริมความงามหรือไม่ ถ้าเกี่ยวเนื่องกัน กรมธรรม์ก็จะต้องให้ความคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า ธุรกิจด้านการแพทย์และความงาม ถือเป็นธุรกิจที่มาแรงติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย ด้วยพฤติกรรมของประชาชนที่เริ่มหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งกระแสสังคมปัจจุบันที่ให้ความสำคัญต่อรูปลักษณ์และความงาม ทำให้มีผู้รับบริการชาวไทยและชาวต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามารับบริการทางการแพทย์ด้านการเสริมความงามกับสถานพยาบาลไทยอย่างต่อเนื่อง สบส.และ คปภ.จึงได้หารือพัฒนาระบบประกันภัยเสริมความงามของประเทศไทย โดย คปภ.ได้พัฒนากรมธรรม์ประกันภัยจากการเสริมความงาม ในเบื้องต้นจะมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ 3 ประเภท ได้แก่ 1.กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองการทำศัลยกรรมเสริมความงามและอุบัติเหตุ ให้การคุ้มครองภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามจริง ทั้งในกรณีเป็นผู้ป่วยใน หรือผู้ป่วยนอกที่เป็นการรักษาต่อเนื่องจากผู้ป่วยใน ตามจำนวนเงินที่ระบุในกรมธรรม์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2.กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายผู้ประกอบการวิชาชีพแพทย์ สำหรับแพทย์ผู้ทำการรักษา ให้ความคุ้มครองในกรณีที่แพทย์เกิดความผิดพลาดจากการให้บริการ จนก่อให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกาย จิตใจ หรือเกิดการเสียชีวิตของผู้รับบริการ ซึ่งจะมีการจ่ายค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี และชดใช้ค่าเสียหายแทน หากแพทย์มีความรับผิดตามกฎหมาย ไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุในกรมธรรม์  และ 3.กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดจากวิชาชีพ สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านความงาม ซึ่งจะคุ้มครองกรณีเกิดความรับผิดตามกฎหมายจากการบริการทางวิชาชีพ โดยจ่ายชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้รับบริการ หากผู้เอาประกันภัยต้องมีความรับผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ มีแผนจะพัฒนากรมธรรม์ประกันภัย ประเภทที่ 4 คือ กรมธรรม์ประกันภัยผลกระทบจากการเสริมความงาม (Aesthetic Liability Insurance) ในการคุ้มครองผู้รับบริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยอาจจะมีมาตรการให้ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมความงาม ซื้อกรมธรรม์ประเภทดังกล่าว เพื่อสร้างความสะดวกและความมั่นใจในการรับบริการทางการแพทย์หรือบริการเสริมความงามจากสถานพยาบาลไทย และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Aesthetic Medical Hub ด้วย