เช็กสถานการณ์ข้าว ต้อนรับ ‘รบ.เศรษฐา1’
ภายหลังอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกข้าวของโลก ออกคำสั่งห้ามส่งออกข้าวทุกชนิด ยกเว้นแค่เพียงข้าวบาสมาติ ที่ยังส่งออกได้ เนื่องจากต้องการสกัดราคาอาหารที่กำลังพุ่งสูงขึ้น พร้อมสร้างหลักประกันว่าจะมีข้าวเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนภายในประเทศของอินเดียเอง ส่งผลให้กลไกตลาดโลกผันผวน
สำหรับสถานการณ์ข้าวไทยในภาพรวม ราคาข้าวสารในตลาดภายในประเทศมีการขยับปรับราคาขึ้นกิโลกรัมละ 1-2 บาทนั้น หากดูพื้นที่เฉพาะในลุ่มเจ้าพระยาใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งถือเป็นแหล่งอู่ข้าว อู่น้ำ สำคัญของประเทศไทย ราคาข้าวเฉลี่ยตันข้าวเปลือกความชื้นร้อยละ 25 ขายกันตันละ 12,000 บาท เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปีที่ผ่านมา แถมขณะนี้พ่อค้ารับซื้อไม่อั้น และไปรับซื้อกันถึงนาทีเดียว
วิรัตน์ บัวมหะกุล ประธานชมรมโรงสีข้าว จ.นครสวรรค์ เผยว่า ปรากฏการณ์ราคาข้าวเปลือกที่ปรับราคาในปีการผลิต 2566/2567 ขณะนี้ เป็นข้าวนาปรังที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวออกขาย ราคาดีกว่าทุกปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวจากปรากฏการณ์เอลนิโญ และประเทศอินเดียชะลอการส่งออกข้าว ทำให้ช่วงที่ผ่านมาราคาข้าวปรับตัวเพิ่มตามกลไกตลาด
ทางโรงสีจึงซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาที่สูงตามไปด้วย เนื่องจากปริมาณข้าวที่ขายเป็นข้าวนาปรังที่ปลูกข้าวในพื้นที่ชลประทาน หรือลุ่มเจ้าพระยาเป็นหลัก จะเห็นได้จากโรงสีข้าวใน จ.ชัยนาท รับซื้อข้าวจากเกษตรกรที่ปลูกข้าวริมแม่น้ำเจ้าพระยาหรือในระบบชลประทานเป็นหลัก ปริมาณข้าวจึงไม่กระจายหรือออกสู่ตลาดมากนัก แต่ปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาดไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา
“ช่วงแรกชมรมโรงสีข้าวประเมินสถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวว่า ไม่น่าจะกระทบต่อราคาข้าวสารมากขนาดนี้ เพราะชมรมโรงสีข้าวใน จ.นครสวรรค์ส่วนใหญ่ผลิตข้าวสารขายภายในประเทศ ไม่ได้ส่งออก แต่คาดการณ์ว่าน่าจะมีการปรับตัวราคาข้าวต่อไป เพราะปริมาณข้าวเปลือกที่ออกสู่ตลาดยังไม่เพียงพอต่อการผลิตข้าวสาร เรียกได้ว่าข้าวเปลือกออกเท่าไรแย่งกันซื้อหมด เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตข้าวสารภายในประเทศ แต่ว่าข้าวเปลือกออกสู่ตลาดยังไม่เพียงพอ โรงสีบางแห่งไม่รับจองส่งข้าวสารเพื่อส่งออกต่างประเทศ เพราะเกรงว่าจะหาซื้อข้าวเปลือกให้ไม่ได้” ประธานชมรมโรงสีข้าว จ.นครสวรรค์ ฉายภาพสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกและข้าวสารในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม วิรัตน์บอกว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ต้องตกใจอะไร เพราะปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาดในภาพรวมทั้งนาปรังและนาปี ในปีนี้ยังเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศแน่นอน และราคาข้าวคงไม่ปรับไปมากกว่านี้
ราคาข้าวไม่น่าต่ำหรือสูงกว่านี้ เกษตรกรที่ปลูกข้าวปีนี้พอใจในราคามาก และโรงสีก็ยังต้องการข้าวเพื่อผลิตข้าวสารอีกมากอยู่ แต่ปัจจัยต้องดูในขณะนี้คือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศด้วยว่าประเทศไทยจะเจออะไรบ้าง เพราะเชื่อว่าไม่ใช่ปรากฏการณ์เอลนิโญเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมันเกิดเป็นจุด ไม่ใช่ทั้งประเทศ เช่น ฤดูการผลิตของข้าวนาปีจะออกช่วงหลังเดือนตุลาคม 2566 นี้ หากเกิดฝนทิ้งช่วงไม่มีน้ำ ข้าวไม่ตั้งท้อง หรือหากกลางเดือนข้าวตั้งท้องเกิดฝนตกเกสรข้าวเสียหายไม่ติดเมล็ด ผลผลิตก็ไม่ได้ตามเป้าจะยิ่งทำให้ราคาข้าวพุ่งขึ้นไปอีกเพราะปริมาณข้าวไม่เพียงพอได้ เป็นเพียงการคาดการณ์ที่ชมรมโรงสีข้าวพร้อมรับมือ
“ส่วนความช่วยเหลือจากรัฐบาลนั้น ในส่วนชมรมโรงสีข้าวยังรับมือได้ เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเสริมสภาพคล่อง เงินหมุนเวียนจากรัฐได้ช่วยค้ำอยู่ และขณะนี้กลไกราคาข้าวดี ทำให้มีสภาพคล่องเงินหมุนเวียนเร็วขึ้นสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนเกษตรกรผู้ผลิตถือเป็นโอกาสทองช่วยลืมตาอ้าปากได้ในรอบหลายปี โครงการประกันรายได้ หรือการพักหนี้ หากรัฐบาลมีความชัดเจนเร็วมากเท่าไร จะช่วยให้คนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะราคาข้าวขณะนี้เกษตรกรพอใจมาก คงไม่เรียกร้องอะไรจากรัฐบาลขณะนี้” ประธานชมรมโรงสีข้าวนครสวรรค์ระบุ
ด้าน กันตพัฒน์ จีระวัฒน์อังกูร เจ้าของท่าข้าวสหกรณ์การเกษตรโคกหม้อ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เสริมว่า ราคาข้าวเปลือก ความชื้นร้อยละ 25 ขณะนี้รับซื้อที่ตันละ 11,000 บาท แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรจะเกี่ยวข้าวสดขาย และโรงสีจะรับซื้อข้าวจากท่าข้าวในราคาเฉลี่ยตันละ 12,700 บาท เพื่อนำไปอบหรือแปรรูปต่อไป ขณะนี้ข้าวเปลือกที่ออกมาเป็นช่วงท้ายฤดูนาปรัง แต่ราคาข้าวยังถือว่าสูงอยู่เพราะว่าข้าวไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงสี ทำให้ต้องลงไปรับซื้อข้าวกันถึงนาก็เคยมีมาแล้ว เรียกว่าบรรดาพ่อค้าเจอข้าวที่ไหนก็ซื้อกันที่นั่น เกษตรกรพอใจราคาข้าวขณะนี้อย่างมาก
โดยภาพรวมข้าวในลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น เพราะเจอปัญหาภัยแล้ง พื้นที่บางอำเภอเคยทำนาได้ ปีนี้แล้งหนักทำนาไม่ได้ พื้นที่บางอำเภอเคยทำนาได้มากแต่ปีนี้เจอปัญหาขาดน้ำ ทำนาได้เพียงบางจุด บางแห่งเท่านั้น ทำให้ข้าวในลุ่มเจ้าพระยาผลผลิตน้อย
เชื่อว่าสถานการณ์นี้จะกระทบส่งผลไปถึงฤดูการผลิตข้าวนาปีด้วย เพราะปัญหาภัยแล้งบางพื้นที่ทำนาไม่ได้ ราคาข้าวน่าจะยังสูง ราคาข้าวสารมีแนวโน้มปรับราคาแน่นอน
“หากรัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรขณะนี้ควรลดราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ให้ถูกลงกว่านี้โดยเร็ว เพราะน้ำมันและไฟฟ้าคือต้นทุนการผลิตทุกอย่างที่กระทบต่อชาวนาโดยตรง ส่วนกลไกการตลาดเรื่องราคาข้าวนั้นเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะต้องดูในระยะยาวต่อไป แต่ปริมาณข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศของไทยไม่มีปัญหา ยังเพียงพอแน่นอน” เจ้าของท่าข้าวสหกรณ์การเกษตรโคกหม้อยืนยัน
ขณะที่ หัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ผู้ประกอบการโรงสีข้าว จ.นครราชสีมา และอดีตประธานชมรมโรงสีข้าว จ.นครราชสีมา เล่าว่า สถานการณ์เอลนิโญที่หลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทย สร้างความกังวลใจให้อย่างมาก เนื่องจากคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ฝนทิ้งช่วงยาวนาน และเกิดภัยแล้งเป็นวงกว้าง ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยเฉพาะราคาข้าว คาดการณ์ว่าผลผลิตออกมาน้อย เกษตรกรจึงขายข้าวได้ราคาดี แต่ถ้าราคาข้าวสูงขึ้นต่อเนื่อง และสต๊อกข้าวเก่าในโรงสีหมดไป กังวลว่าข้าวใหม่รุ่นราคาขายจะปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
ในส่วนของโรงสีที่ขายข้าวในประเทศและส่งออกด้วย ปกติจะทยอยปล่อยข้าวเก่าออกจากสต๊อก แต่คาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกในปีนี้จะลดลงเนื่องจากภาวะแล้ง ไม่รู้ว่าจะมีข้าวให้ส่งออกได้มากน้อยแค่ไหน ตอนนี้ทางโรงสีต้องปรับแผนรับมือด้วยการรับออเดอร์ล่วงหน้าลดลง เพื่อลดความเสี่ยง
“รัฐบาลจะต้องหามาตรการควบคุมราคาข้าวสารโดยเร็ว แต่ดูแลราคาข้าวเปลือกอย่าให้ตกต่ำ ต้องคงราคาข้าวเปลือกเอาไว้เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันต้องควบคุมราคาไม่ให้แพงเกินไปเพื่อช่วยประชาชนผู้บริโภค ภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ต้องเข้าไปกำกับดูแลกลไกราคา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการโรงสี และผู้บริโภค” ผู้ประกอบการโรงสีข้าว จ.นครราชสีมา แนะนำรัฐบาล
นี่คือสถานการณ์ข้าวต้อนรับ ‘ครม.เศรษฐา 1’ ถือว่าโชคดีที่ราคาข้าวเปลือกอยู่ในระดับสูง แต่จะมีอีกด้านที่ผลผลิตข้าวน้อย อาจทำให้ข้าวสารราคาแพงขึ้น ดังนั้น ต้องดูแลไม่ให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ และข้าวสารไม่แพงเกินไป ให้ “วิน-วิน” ทุกฝ่าย ทั้งชาวนา-ผู้บริโภค รวมถึงโรงสีและผู้ส่งออกด้วย

