สรท.ขอคิวจับเข่า ‘ภูมิธรรม’ ฟื้นส่งออกด่วน ชงพลิกเกมร่วง 10 เดือนติด ททท.ลุ้นฟรีวีซ่าดึงจีนทะลัก

สรท.ขอคิวจับเข่า ‘ภูมิธรรม’ ฟื้นส่งออกด่วน ชงพลิกเกมร่วง 10 เดือนติด ททท.ลุ้นฟรีวีซ่าดึงจีนทะลัก กทม.หวังรบ.เพิ่มภาษีที่ดิน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.เตรียมขอเข้าพบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อร่วมกันหาทางออกในเรื่องของภาคการส่งออกที่ล่าสุดยังติดลบต่อเนื่องกันมาเป็นเดือนที่ 10 แล้ว จึงอยากเข้าไปสะท้อนปัญหาให้รัฐบาลรับทราบ และออกนโยบายมาแก้ไขได้อย่างตรงกับปัญหา โดยในวันที่ 5 กันยายนนี้ สรท.จะมีการแถลงข่าวประจำเดือน และจะมีการเปิดข้อเสนอที่ต้องการเสนอต่อรัฐบาลให้รับทราบโดยทั่วกันต่อไป ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรวบรวมปัญหาของผู้ประกอบการอยู่

“เบื้องต้นทาง สรท.จะมีการเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่แน่นอน แต่รอให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน จึงจะมีการยื่นขอเข้าพบต่อไป เพราะมองว่าภาคการส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์หนึ่งที่สามารถกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศได้ วัดได้จากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ที่การส่งออกกลายมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) แทนการท่องเที่ยวและบริการ จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยกันผลักดันให้การส่งออกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง” นายชัยชาญกล่าว

Advertisment

ขณะที่ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) กล่าวถึงมาตรการฟรีวีซ่าของรัฐบาลชุดใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมว่า เป็นการนำมาใช้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เมื่อไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเดินทางเข้าไทยจะช่วยเพิ่มจำนวนเข้ามาเที่ยวไทย จากช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (1 มกราคม-27 สิงหาคม) มีจำนวนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยแล้ว 2,182,038 คน เป็นอันดับ 2 รองจากมาเลเซีย

“3 เดือนสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยในปีนี้โดยรวมจะมีจำนวนกว่า 4.2 ล้านคน ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้ ช่วยเพิ่มรายได้จากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว

Advertisement

ด้านแหล่งข่าว กทม.กล่าวว่า นอกจากนี้ กทม.มีแผนจะเสนอรัฐบาลใหม่ขยายฐานการเก็บภาษีอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มรายได้ เช่น ภาษีน้ำมันเดิมเก็บในอัตราไม่เกิน 5 สตางค์ต่อลิตร เป็นอัตราไม่เกิน 10 สตางค์ต่อลิตร, ภาษีบุหรี่อัตราไม่เกิน 10 สตางค์ต่อมวน, ภาษีโรงแรมไม่เกินร้อยละ 2 ของค่าเช่าห้อง, ภาษีด้านสิ่งแวดล้อมเช่น ฝุ่น ถุงพลาสติก รวมถึงภาษีเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยว ซึ่งเฉพาะภาษีเหยียบแผ่นดินคาดว่าจะมีรายได้เพิ่ม 1,000 ล้านบาทต่อปี แต่ทั้งหมดจะทำได้ ต้องเสนอรัฐบาลให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้อำนาจ กทม.จัดเก็บรายได้เพิ่มเติมได้

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image