อินเดีย จ่อห้ามส่งออกน้ำตาล ส่งผลให้อุปทานน้ำตาลโลกลด หวั่นราคาพุ่ง
วันที่ 4 กันยายน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า อินเดียซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลก และด้วยขนาดประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน จึงมีการบริโภคภายในประเทศมากที่สุดในโลก แต่ปีนี้ประสบกับปัญหาภัยแล้งจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัดในช่วงครึ่งปีแรก ต่อเนื่องด้วยภาวะฝนขาดช่วงในฤดูมรสุมโดยในเขตปลูกอ้อยหลักในรัฐ Maharashtra ทางตะวันตกและรัฐ Karnataka ทางตอนใต้ ซึ่งมีผลผลิตน้ำตาลของสองรัฐรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตน้ำตาลทั้งหมดของอินเดีย จากภาวะปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 50 จึงส่งผลทำให้ผลผลิตน้ำตาลของฤดูกาลผลิตปี 2566/67 ลดลงเหลือ 31.7 ล้านตัน หรือลดลง 3.3% และอาจส่งผลต่อการเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตปี 2567/68

รณรงค์ พูลพิพัฒน์
นายรณรงค์กล่าวว่า อินเดียผลิตน้ำตาลเพื่อการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก และผลิตเอทานอลจากอ้อยส่วนเกิน โดยในช่วงการผลิต ปี 2565/66 รัฐบาลอินเดียได้อนุญาตให้ส่งออกน้ำตาล 6.1 ล้านตัน อย่างไรก็ดี ในเดือนกรกฎาคม 2566 อินเดียประสบสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อค้าปลีกพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน อยู่ที่ 7.44% และอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารอยู่ที่ 11.5% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปี และคาดว่าปริมาณน้ำตาลของอินเดียอาจจะไม่เพียงพอที่จะจัดสรรโควต้าการส่งออกสำหรับฤดูกาลหน้า (เดือนตุลาคม 2566)
ทั้งนี้ ปีการผลิต 2565/66 ประเทศไทยมีปริมาณอ้อยเข้าหีบประมาณ 93.88 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564/65 ร้อยละ 1.97 และมีผลผลิตน้ำตาลปี 2565/66 ประมาณ 11.05 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564/2565 ร้อยละ 8.88 โดยมีปริมาณการส่งออกน้ำตาลในช่วงมกราคม-กรกฎาคม 2566 ประมาณ 5.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 2.4%
“การที่อินเดียห้ามส่งออกน้ำตาล ย่อมส่งผลให้อุปทานน้ำตาลโลกลดลง และราคาน้ำตาลโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าที่ใช้น้ำตาลเป็นส่วนประกอบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต้นปี 2566 ที่ผ่านมา อินเดียได้ประกาศห้ามส่งออกข้าว ซึ่งหลังจากนั้นสร้างความวิตกไปทั่วโลก ส่งผลดันราคาข้าวสูงขึ้นไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

