นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อเพิ่มบทลงโทษและออกกฎหมายเอาผิดกับผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ และผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิต โดยกระทรวงจะเสนอให้มีการกำหนดโทษสูงสุดที่แรงขึ้น และเพิ่มบทลงโทษด้านจราจรอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นการสร้างวินัยจราจรให้ผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ พร้อมกระตุ้นเตือนให้ผู้ประกอบการมีการควบคุมผู้ขับขี่อย่างเคร่งครัดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้รายละเอียดอยู่ระหว่างการรวบรวมและจัดทำ คาดว่าน่าจะสามารถออกคำสั่งดังกล่าวได้ภายในเดือนมกราคมนี้
นายอาคมกล่าวว่า นอกจากนี้ทางกระทรวงยังได้ออกมาตรการระยะเร่งด่วน เพื่อควบคุมและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินรถตู้ ซึ่งประกอบด้วย 1.การติดตั้งระบบติดตามการเดินรถผ่านดาวเทียม (จีพีเอส) ซึ่งรถตู้ทุกคันจะต้องติดตั้งระบบจีพีเอสให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2560 จากเดิมที่กำหนดสิ้นปี 2560 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการเดินรถไปยังกรมการขนส่งทางบก ในการติดตามและควบคุมการขับขี่ให้อยู่ในความเร็วที่กำหนด ซึ่งหากขับขี่เกินกำหนดก็จะมีสัญญาณแจ้งเตือนทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารเพื่อควบคุมการเดินรถของผู้ขับขี่ 2.การติดตามสภาพความพร้อมของรถตู้ โดยกรมการขนส่งทางบกจะจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่ในการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถตู้และสภาพร่างกายของคนขับเบื้องต้นก่อนการออกวิ่ง ณ สถานีขนส่งทุกครั้ง ซึ่งหากสภาพรถ หรือคนขับ ไม่พร้อมเจ้าหน้าที่มีสิทธิพักการเดินรถทันที ทั้งนี้รถตู้ทุกคันทั่วประเทศจะต้องเข้ามาจอด ณ จุดจอดในสถานีขนส่งทั้งหมด โดยจะไม่ให้มีการไปวิ่งรับคนนอกสถานีขนส่งอีก หรือวินรถตู้ผี ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560
นายอาคมกล่าวว่า 3.การจำกัดชั่วโมง (ชม.) ของผู้ขับขี่รถตู้ จะต้องไม่เกิน 8 ชม. ต่อการพัก 10 ชม. ซึ่งต่อไปผู้ขับขี่รถตู้จะต้องมีสมุดบันทึกชั่วโมงการขับขี่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีการขับขี่เกินชั่วโมงที่กำหนด มีสิทธิที่จะเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ได้ทันที รวมทั้งจะต้องมีการควบคุมเรื่องมารยาทและเครื่องแต่งกายของผู้ขับขี่ให้สุภาพเรียบร้อยอยู่เสมอด้วย 4.การควบคุมผู้ประกอบการรถตู้ จะต้องมีความเข้มข้นและเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งในอดีตหากเกิดอุบัติเหตุผู้ประกอบการรถตู้จะไม่มีความผิดทางกฎหมาย จะมีเพียงผู้ขับขี่เท่านั้นที่ได้รับโทษทางกฎหมาย แต่ต่อไปในการกำหนดโทษผู้ประกอบการรถตู้จะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วย เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการรถตู้มีจิตสำนึกและสอดส่องการเดินรถของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น ซึ่งมาตรการระยะสั้นดังกล่าวจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนจำนวนมากที่จะเดินทางกลับ
นายอาคมกล่าวว่า ส่วนมาตรการในระยะยาว กระทรวงจะพัฒนาระบบการขับขี่และการเดินรถสาธารณะทั้งระบบ โดยในส่วนของใบอนุญาตเดินรถตู้ที่จะเริ่มทยอยหมดอายุตั้งแต่ปี 2562 และจะครบทุกคันในปี 2564 นั้น กระทรวงมีแผนที่จะไม่ต่อใบอนุญาตรถตู้ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาให้มีการนำรถโดยสารสาธารณะขนาดกลาง (ไมโครบัส) จำนวน 20 ที่นั่งมาใช้แทนรถตู้ เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งต่อไปทางรัฐบาลจะมีมาตรการทางการเงินและการคลังออกมาสนับสนุน เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนมาใช้รถไมโครบัสมากขึ้น ทั้งนี้ ในอนาคตระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทยจะดีขึ้น โดยเฉพาะระบบรางต่างๆ ที่จะครอบคลุมในต่างจังหวัดมากขึ้น ต่อไปการเดินทางอาจใช้ระบบรางเป็นหลักและเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว หรือระบบขนส่งที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนได้ดีมากยิ่งขึ้น
“ขอเรียนว่า แม้ว่าทางกระทรวงจะออกมาตรการทั้งระยะยาวและระยะสั้นออกมา เพื่อป้องกันปัญหาอุบัติเหตุในการเดินรถตู้ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยสำคัญ อยู่ที่วินัยของผู้ขับขี่ และผู้ประกอบการ ซึ่งหากยังขาดจิตสำนึก และไม่มีความระมัดระวัง ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ” นายอาคมกล่าว

