สำนักงาน กขค. จับมือ ส.เอสเอ็มอีไทย ใช้ประโยชน์กม.แข่งขันทางการค้า ป้องและปรามเอารัดเอาเปรียบทำธุรกิจ
นายวิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า สํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สํานักงาน กขค.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแข่งขันทางการค้าระหว่าง สำนักงาน กขค. กับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เห็นถึงประโยชน์ของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ทั้งการส่งเสริมให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน ป้องกันการผูกขาด เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยผู้ประกอบธุรกิจอยู่ภายใต้กฎกติกาของการแข่งขันทางการค้าที่เสรีและเป็นธรรม ป้องกันการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว และใช้กฎหมายเป็นเกราะป้องกันกรณีถูกธุรกิจรายใหญ่หรือรายอื่นมาเอารัดเอาเปรียบ
” จากนี้ไป สำนักงาน กขค. จะเริ่มเดินสายให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีทั่วประเทศ ที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยต่อไป ” นายวิษณุ กล่าว
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์แก่เอสเอ็มอีไทยที่มีอยู่ 3.2 ล้านรายทั่วประเทศ ในส่วนนี้เป็นภาคการค้าถึง 41% ภาคบริการ 40% ภาคผลิต 17% ที่เหลือเป็นภาคเกษตรและอื่นๆ มีการจ้างงานรวมกันถึง 12 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 72% ของแรงงานทั่วประเทศ โดยจะร่วมมือกันในการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ และปลูกฝังวัฒนธรรมการแข่งขันทางการค้าที่เสรีและเป็นธรรม รวมไปถึงการสร้างความร่วมมือในการพัฒนา ปรับปรุง หรือเสนอแนะกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลการแข่งขันทางการค้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
“เอสเอ็มอีถึง 85% ยังไม่ทราบถึงบทบาทสำนักงาน กขค. และกฎหมายแข่งขันฯ ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะได้รับคือ มีความรู้ด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และสามารถใช้ประโยชน์จากกฎหมาย ทั้งในกรณีที่ถูกกลุ่มทุน หรือรายใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ มาเอาเปรียบ ก็จะสามารถใช้กฎหมายในการป้องกันตัวเองได้ ขณะเดียวกัน ก็จะมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย ไม่เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง โดยเฉพาะเรื่องการผูกขาด ” นายแสงชัย กล่าว
สําหรับเอ็มโอยูฉบับนี้ มีระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันลงนาม 5 กันยายน 2566 โดยมีขอบเขตความร่วมมือและสร้างประโยชน์ระหว่างกัน 5 เรื่อง คือ 1.การสร้างการตระหนักรู้ ส่งเสริม และปลูกฝังวัฒนธรรมการแข่งขันทางการค้าที่เสรีและเป็นธรรม 2. การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในวงกว้าง ด้วยสมาพันธ์มีเอสเอ็มอีทั่วประเทศทุกจังหวัด 3.การสนับสนุนบุคลากรเป็นวิทยากร รวมถึงการร่วมกันจัดการอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับ หลักการ แนวคิด และการพิจารณาพฤติกรรมตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4.การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ปรับปรุงกฎระเบียบให้เท่าทันสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจที่เป็นปัจจุบัน 5.การสนับสนุนข้อมูลและสารสนเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของทั้ง 2 หน่วยงาน

