หอค้าไทย ผนึก รัฐ เอกชน ให้ใส่ใจบทบาท Sustainable ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ สมาคมการค้า และหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย จัดงานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 ภายใต้ธีม Connect Competitive Sustainable ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยเป้าหมายของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในเรื่อง Sustainable คือ การเสริมสร้างความแข็งขันในการแข่งขันของผู้ประกอบการและประเทศ “Sustainable ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นมาตรฐานใหม่ ที่ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจ” ในโอกาส 90 ปี หอการค้าไทย ได้มีการขยายผลเรื่อง Connect the dots นอกเหนือจากการทำงานเชื่อมโยง Connect , การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitive) ยังเพิ่มเติมและเน้นประเด็น Sustainable
นายสนั่นกล่าวว่า สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนในเรื่อง Sustainable อยู่ 2 ประเด็นหลักๆ
1. Sustainable ที่พูดถึง BCG และ ESG ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และพลังงาน ที่ผ่านมาจะเห็นมาตรการสำคัญๆ เช่น CBAM / Net Carbon ซึ่งเหล่านี้บริษัทใหญ่ๆ ที่มีศักยภาพอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ทั้งการปรับปรุงกระบวนการ, การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมตั้งแต่ต้นทาง ถึงปลายทางของธุรกิจ ขณะที่ SMEs ส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคืออะไร
หอการค้าไทยจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และพร้อมที่จะร่วมมือกับบริษัทที่มีความพร้อมถ่ายทอดความรู้กระบวนการ ให้ SMEs เห็นเป็นตัวอย่าง ซึ่งบริษัทใหญ่เริ่มส่งเสริม BCG และ ESG กับ บริษัทคู่ค้าใน Value Chian ด้านพลังงานให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการหัวมาปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งในภาคการค้า การเกษตร และภาคบริการ เป็นพลังงานทดแทน หรือแม้แต่ EV ในภาคโลจิสติกส์ มีการจัดตั้งสถาบัน Circular Economy ร่วมกับ UTCC เป็นสถาบันทางวิชาการและอบรมผู้ประกอบการ ในเรื่องคาร์บอนเครดิต หอการค้าฯ เห็นว่าสำคัญ แต่ปัจจุบันหลายหน่วยงานเริ่มทำ ต่างคนต่างทำไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน หอการค้าจะทำเรื่องคาร์บอนเครดิตอย่างจริงจัง ผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ให้สามารถเชื่อมมาตรฐานและทำการค้ากับต่างประเทศ ในเรื่องฉลากการค้าฯ ที่แสดงการใช้พลังงานและบ่งบอกเรื่อง Green หอการค้าฯ จะสร้างฉลากกลางที่เกี่ยวข้องกับ BCG หรือ ESG ที่สามารถวัดและคำนวณ เรื่องการปล่อยคาร์บอนที่เป็นมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับ
2. Sustainable ที่พูดถึงความเหลื่อมล้ำ หอการค้าฯ ทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ขยายผลการดำเนินธุรกิจด้วยเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยจะจัดทำรางวัล ESG AWARD สำหรับธุรกิจที่เป็นต้นแบบให้กับ SME ซึ่งการจัดงานสัมมนาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า หอการค้าต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเฉลิมฉลอง 90 ปี หอการค้าไทย โดยเน้นเรื่อง Sustainable เชื่อมเทคโนโลยีดิจิทัล ในการดำเนินธุรกิจ
นายสนั่นกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งจะมีทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุม เช่น หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ หอการค้าต่างประเทศ สมาคมการค้า ประชุมเสนอคิดเห็นและข้อเสนอต่างๆ โดยจะรวมเป็นสมุดปกขาวยื่นให้กับนายกรัฐบาล เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
ส่วนแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งด้านการท่องเทียว เกษตร และบริการ เป็นสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า และก็ต้องขอบคุณที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และได้ดำเนินการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดย ยกเว้น วีซ่าให้กับคนจีน ซึ่งจะเริ่มในเดือนตุลาคม 2566 นี้ ทำให้คนจีนติดตามและสนใจ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจีน จะเข้ามาประเทศมากขึ้น และจะสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ในปลายปีนี้
ทั้งนี้ ยังมองว่าปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว เกิดปัญหาระหว่างประเทศ ทำให้นักลงทุนต้องหาการลงทุนใหม่เพื่อการส่งออก ทำให้มองว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่จะดึงการลงทุนเข้าประเทศ แต่สิ่งที่ต้องของเรื่องเดียว คือ การเมืองต้องนิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อให้เกิดการจ้างงาน การลงทุน การส่งออก รายได้เข้าประเทศ
สำหรับการส่งออกไทยในปี 2566 แม้การส่งออกที่ผ่านมา 7 เดือนจะ ติดลบ 5.5% ซึ่งก็มีความกังวลว่าการส่งออกไทยทั้งปีจะไม่ดี แต่สภาหอการค้าฯ เชื่อว่าการส่งออกไทยในไตรมาส 4 จะกลับมาเป็นบวกและยังเชื่อว่าการส่งออกทั้งปี จะติดลบไม่เกิน 2% หรืออาจจะติดลบ 1% หรือไม่ติดลบก็ได้ ซึ่งก็ถือว่าประเทศไทยนั้นเก่งมาก
และการส่งออกในปี 2567 ด้วยที่เราได้รัฐบาลใหม่แล้ว ก็เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะทำงานเชิงรุก เดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมการส่งออก บุกตลาด เช่น ตะวันออกกลาง อียู ถ้าสำเร็จ การส่งออกปีหน้าโตแน่นอน อาจจะบวก 3% หรือเกินกว่านั้นก็ได้ และจะทำให้จีดีพีของไทยมีโอกาสขยายตัว 5% เมื่อเศรษฐกิจดี ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ ก็มีโอกาสที่จะปรับขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 นี้เชื่อว่าจะขยายตัวได้ 3%

