หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.มองส่งออก...

สรท.มองส่งออกครึ่งหลังปี’66 โตแค่ 1% จี้รัฐบาลใหม่แก้ ‘พลังงานภัยแล้ง-อุ้มเอสเอ็มอี’

5.09.23 | 14:30 น.

สรท.มองส่งออกครึ่งหลังปี’66 โตแค่ 1% จี้รัฐบาลใหม่แก้ ‘พลังงานภัยแล้ง-อุ้มเอสเอ็มอี’

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.คาดการณ์ปี 2566 การส่งออกรวมโต 1% ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ตลาดสหรัฐ ยุโรป และจีน ส่งผลให้อุปสงค์ของสินค้าและบริการปรับลดลง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภาระต้นทุนการกู้เงินของผู้ประกอบการ ดัชนีภาคการผลิต (PMI) ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่า 50% และต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตร และการขนส่ง

ทั้งนี้ มีปัจจัยที่ต้องตามเนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดีอย่างที่คิด หลายประเทศส่งออกติดลบกันค่อนข้างเยอะ บางประเทศอาจจะติดลบถึง 2 หลักแล้ว ทำให้เราต้องแบ่งกันระหว่างความจริงกับความพยายาม เพราะความจริงคือตอนนี้มีปัจจัยภายนอกรุมเร้าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่าง สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดระหว่างจีน-ไต้หวัน หรือแม้แต่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

ต่อมา คือเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่เอเวอร์แกรนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับ 2 ของจีนล้มละลาย และอีกปัจจัยคือ ภาวะภัยแล้ง หรือเอลนิโญ ที่กระทบความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรที่เราส่งออกถึง 20% ของการส่งออกทั้งหมด

“เห็นแล้วว่าปัญหาเดิมยังไม่ทันจะคลี่คลายก็มีปัญหาใหม่เข้ามาซ้ำเติม แต่ยังดีที่ค่าเงินบาทของไทยอ่อนที่ 35.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยประคับประคองการส่งออกในครึ่งปีหลังนี้ แต่ต้องจับตาดูเศรษฐกิจคู่ค้าของเรา ไม่ว่าจะจีน สหรัฐและยุโรป ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงจับตาดูราคาน้ำมันในช่วงสิ้นปีที่ราคาอาจจะพุ่งขึ้น เนื่องจาก OPEC+ ลดกำลังการผลิตลง ขณะที่กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว และสุดท้ายต้องจับตาดูค่าเงินบาทด้วย” นายชัยชาญกล่าว

Advertisement

นายชัยชาญกล่าวว่า มี 3 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งให้รัฐบาลใหม่รีบทำทันที ได้แก่ การลดภาระเรื่องต้นทุน โดยเฉพาะค่าพลังงานต่างๆ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทำให้มีการแข่งขันภายนอกกันดุเดือดมากขึ้น เราจึงต้องการราคาที่สามารถไปแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นในตลาดโลก ดังนั้น การลดภาระต้นทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำได้ทันที ต่อมาคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการน้ำที่เราต้องวางแผนเชิงรับและรุกให้ชัดเจนเพื่อตอบโต้กับภัยแล้ง และสุดท้ายคือการ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ Supply Chain Financing

ทั้งนี้ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศ ประกอบด้วย ลดต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพ และ สร้างโอกาสทางการค้า พร้อมทั้งข้อเสนอแนะการดำเนินงานที่สำคัญแยกตามประเด็นยุทธศาสตร์ 10 ด้าน อาทิ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก เป็นต้น

นายสุภาพ สุวรรณพิมลกุล รองประธาน สรท. กล่าวว่า จากการที่อินเดียจำกัดการส่งออกข้าวและน้ำตาล จึงเป็นโอกาสที่ดีของไทยในการส่งออกสินค้าเกษตร แต่อย่างไรก็ตาม ไทยเองก็กำลังประสบภาวะแล้ง หรือเอลนิโญ จนอาจทำให้อุปทานไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศ รวมถึงการส่งออก จึงคาดหวังว่าหลังจากที่เราได้รัฐบาลใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์จะลงมาช่วยดูแลและผลักดันสินค้าเกษตรไทย

ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าหดตัวลงเหลือ 0% เนื่องจากตอนนี้ทุกประเทศ โดยเฉพาะทางสหรัฐและยุโรป ยกเลิกการอุดหนุนเงินช่วยเหลือ หรือ helicopter money แบบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดแล้ว ทำให้ผู้บริโภคเดิมที่เคยโหมซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ลดลง ทำให้คาดว่าตั้งแต่ตอนนี้จนถึงสิ้นปีการส่งออกเครื่องใช้ฟ้าไฟอาจจะติดขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย