เปิด 2 ทางลดราคาน้ำมัน-ใช้ 1.5 หมื่นล้านอุ้มค่าไฟ
เมื่อวันที่ 6 กันยายน รายงานข่าวสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กล่าวถึงนโยบายของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมลดราคาน้ำมันว่า
สนช.เตรียมเสนอแนวทางการลดราคาพลังงานให้กับรัฐบาลใหม่ โดยเตรียมไว้ 2 แนวทาง คือ เสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง และการใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ยังมีวงเงินกู้เหลืออีกกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถเข้ามาอุดหนุนราคาได้ อย่างไรก็ตามหากว่ากรมสรรพสามิตสามารถลดภาษีน้ำมันดีเซลลงได้จะลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง เพราะขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลค่อนข้างผันผวนและสูงขึ้นอยู่ที่ 115 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่การลดค่าการตลาดจะเป็นแนวทางที่ทำได้ยาก จากที่ค่าการตลาดปัจจุบันค่อนข้างต่ำ และอยู่ในกรอบที่กองทุนน้ำมันฯกำหนดไว้ ไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร ซึ่งบวกลบได้ราว 40 สตางค์ต่อลิตร
ดังนั้นคงต้องรับฟังจากแนวทางของรัฐบาลใหม่ก่อนว่าจะลดราคาน้ำมันแค่ดีเซล หรือเบนซิน แต่หากจะให้ลดราคาน้ำมันทั้ง 2 ชนิด ก็จำเป็นต้องใช้ 2 แนวทางเข้ามาอุดหนุนราคา
ด้าน แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า การลดค่าไฟหากคำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้าทั้งหมดพบว่าค่าไฟฟ้างวดสุดท้ายของปีจะอยู่ที่ระดับ 4.10 บาทต่อหน่วย จากราคาที่ประกาศ 4.45 บาทต่อหน่วย หากรัฐเจรจากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชะลอคืนหนี้ 1.1 แสนล้านบาทออกไป จะทำให้ค่าไฟฟ้างวดกันยายน-ธันวาคมนี้ลงมาอยู่ที่ 4.10-4.20 บาทต่อหน่วยได้ แต่หากชะลอหนี้ไม่ได้ รัฐต้องใช้งบประมาณเข้ามาอุดหนุนอย่างน้อย 15,000 ล้านบาท จะลดค่าไฟเหลือ 4.25 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้การลดค่าไฟหากไม่ทันบิลเรียกเก็บเดือนกันยายนอาจใช้วิธีให้ส่วนลดย้อนหลังเหมือนที่เคยทำในอดีต

