หน้าแรก เศรษฐกิจ สนค.หนุนรัฐบา...

สนค.หนุนรัฐบาลใหม่ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนประเทศ

7.09.23 | 18:22 น.

สนค.หนุนรัฐบาลใหม่ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนประเทศ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างความคิดสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา ความรู้ และเทคโนโลยี ได้มีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ โดย UNESCO ระบุว่า ในปี 2019 เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่า 3.891 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นร้อยละ 3.1 ของ GDP ทั่วโลก เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปี 2005 และมีการจ้างงานประมาณร้อยละ 6.2 ของการจ้างงานทั่วโลก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังมีส่วนสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) หลายเป้าหมาย อาทิ เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน เป้าหมายที่ 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป้าหมายที่ 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม

โดยในปัจจุบันทุกประเทศต่างตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จึงมีแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่แตกต่างกันออกไป โดยแนวทางที่หลายประเทศนำมาใช้ คือ การจัดทำยุทธศาสตร์หรือนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ ออสเตรเลีย มีนโยบาย Creative Australia ที่สนับสนุนเงินทุน สิทธิประโยชน์ และการสร้างความร่วมมือกับศิลปิน ผู้ประกอบการและองค์กรศิลปะต่างๆ และในรัฐควีนส์แลนด์ได้ประกาศแนวทาง Creative Together เพื่อพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของประเทศ สกอตแลนด์ จัดทำแผน Creative Industries Skills Investment Plan ที่มีการรวบรวมข้อมูลปัญหาและทิศทางความต้องการจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ และคำนึงถึงปัจจัยเฉพาะในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ไอร์แลนด์ มีนโยบาย Creative Ireland Programme เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมทางวัฒนธรรมกับความคิดสร้างสรรค์ ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.Creative Youth ส่งเสริมศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน 2.Creative Communities ส่งเสริมชุมชนสร้างสรรค์ และ 3.Creative Nation เสริมสร้างชื่อเสียงด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ไอร์แลนด์ และเวียดนาม กำหนดยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม ที่ให้ความสำคัญกับภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การโฆษณาและศิลปกรรม และการถ่ายภาพและนิทรรศการ โดยมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อทำให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ทั้งนี้ บางประเทศได้จัดตั้งองค์กรที่มีภารกิจสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยเฉพาะ อาทิ สหรัฐอเมริกาจัดตั้งองค์กร National Endowment for the Arts (NEA) ที่สนับสนุนแนวคิดและพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์ให้กับทุกคนในประเทศ เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากศิลปะและวัฒนธรรม และอินโดนีเซีย จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีหน้าที่พัฒนาและประสานงานด้านนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์จากความหลากหลายในการผลักดันศักยภาพ ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้สอดรับกับการเติบโตของยุคดิจิทัล

ขณะที่บางประเทศ มีการสนับสนุนมาตรการทางการเงิน โดยจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนเงินทุนให้แก่อุตสาหกรรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สกอตแลนด์ จัดตั้งกองทุน Production Growth Fund เพื่อสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ และให้เงินทุนให้แก่ Creative Scotland เพื่อสนับสนุนด้านศิลปะ ภาพยนตร์และโทรทัศน์ และงานสร้างสรรค์ และเนเธอร์แลนด์ จัดตั้งกองทุน Creative Industries Fund NL เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการออกแบบ ด้านสถาปัตยกรรม ด้านวัฒนธรรมดิจิทัล และสื่อผสมหลายประเภท โดยสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม ผู้ประกอบการ และการมีส่วนร่วมของสังคม

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเชิงกฎหมาย อาทิ สหรัฐ ออกกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ ที่คุ้มครองสิทธิทางกฎหมายแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานแต่เพียงผู้เดียว โดยมีระยะเวลาคุ้มครองตลอดชีวิตและคุ้มครองต่อไปเป็นระยะเวลา 70 ปี หลังผู้สร้างสรรค์ผลงานเสียชีวิต และออสเตรเลียส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านมาตรการด้านภาษี อาทิ นโยบายสิทธิภาษีสำหรับการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีแก่ผู้บริจาคผลงานศิลปะ ในขณะที่อิตาลีได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ โดยรัฐบาลของแคว้น Emilia-Romagna ได้จัดตั้งและสนับสนุนเงินทุนแก่สมาคม Clust-ER Create เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสทางนวัตกรรม ผ่านการทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ศูนย์วิจัย และสถาบันฝึกอบรม ซึ่งเน้นการผสมผสานเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม

“กระทรวงพาณิชย์ เล็งเห็นถึงความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้นำความคิดสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา ความรู้ และเทคโนโลยี มาพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ โครงการ Design Service Society ให้บริการจับคู่ให้คำปรึกษาระหว่างผู้ประกอบการและนักออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจ โครงการ The Pitching Season 1-3 จัดแข่งขันรูปแบบธุรกิจที่ประยุกต์ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนธุรกิจ และงาน Bangkok International Digital Content Festival ที่สนับสนุนธุรกิจเกี่ยวกับดิจิทัลคอนเทนต์ นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังทำงานบูรณาการร่วมกัน ในการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และอาจนำแนวทางของต่างประเทศมาต่อยอดประยุกต์ให้สอดรับกับบริบทของไทย เพื่อพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการและแรงงาน ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทย” นายพูนพงษ์กล่าว