14 ก.ย.นี้ ส.แท็กซี่ ขอเข้าพบ ‘สุริยะ’ ทวงแก้ปัญหาแท็กซี่รายย่อย 5 ข้อ หลังรัฐบาลชุดเดิมแก้ไม่หมด
เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายศดิศ ใจเที่ยง นายกสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย เปิดเผยว่า วันที่ 14 กันยายน เวลา 10.00 น. ตน พร้อมสมาชิกจะไปที่กระทรวงคมนาคมเพื่อขอเข้าพบแสดงความยินดีกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เข้าดำรงตำแหน่ง และติดตามปัญหาผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะรายย่อย (แท็กซี่)
นายศดิศกล่าวอีกว่า ตามที่สมาคมและคณะทำงานเร่งรัดการแก้ไขปัญหาของแท็กซี่ ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะแท็กซี่ และได้เป็นตัวแทนในการเรียกร้องแก้ไขปัญหาของรถแท็กซี่ในรัฐบาลที่แล้ว โดยมี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับการแก้ไขปัญหาไปแล้วส่วนหนึ่ง ยังเหลือปัญหาที่แก้ไข 5 ข้อดังนี้ 1.การแต่งตั้งอนุกรรมการ ปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์ทั้งระบบ 2.การจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบแอพพลิเคชั่น 3.ขอให้กระทรวงคมนาคมสนับสนุนการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่ โดยมีส่วนลดภาษี 300,000 บาทต่อคัน เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการแท็กซี่ และประกันพลังงานไฟฟ้าให้คงที่
นายศดิศกล่าวอีกว่า 4.ติดตามและเร่งรัดการก่อสร้างอาคารที่พักคอยแท็กซี่ในลานจอดแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งได้รับการเห็นชอบจาก รมว.คมนาคมในรัฐบาลที่แล้ว เมื่อปี 2562 ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง และขอให้ก่อสร้างหลังคากันความร้อนที่จอดรถแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ 5.ขอเสนอโครงการรถแท็กซี่ (รถไฟฟ้า) เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อย หลังจากที่ได้ต่ออายุจาก 9 ปีเป็น 12 ปี มาตั้งแต่ปี 2564 รถทยอยหมดอายุอย่างต่อเนื่องกว่า 20,000 คัน จากผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยที่มีทั้งหมด 45,000 คัน คณะกรรมการสมาคมเห็นความทุกข์ยากของสมาชิกจากที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ในปี 2563-65 ระยะเวลา 3 ปี ปัจจุบันการซื้อแท็กซี่สักคันหาเงินดาวน์ค่อนข้างยากลำบาก
ดังนั้น จึงเสนอโครงการรถแท็กซี่ (รถไฟฟ้า) ให้เป็นรูปธรรมกับสมาชิกแท็กซี่ จึงขอนำเสนอให้ผลักดันโครงการดังกล่าวให้เป็นจริงต่อคณรัฐมนตรี (ครม.) รมว.คลัง และ รมว.คมนาคม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยความเห็นชอบทั้ง 2 กระทรวง และให้รัฐบาลค้ำประกัน 50% ให้ผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยที่จะออกรถแท็กซี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ แท็กซี่ไฟฟ้าจะช่วยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับช่วยลดมลพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพฯและปริมณฑล
นายศดิศกล่าวอีกว่า โครงการรถแท็กซี่ไฟฟ้ามีดังนี้ 1.จำนวนรถแท็กซี่ที่ต้องการล็อตแรก 10,000 คัน 2.ขนาดรถไฟฟ้าที่จดทะเบียน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 90 กิโลวัตต์ และขนาด 120 กิโลวัตต์ 3.ให้สมาคม หรือนิติบุคคลรับรอง 4.ให้ผู้ที่จะออกรถแท็กซี่ไฟฟ้าให้พ่อแม่ ภรรยา หรือลูกรับรู้ว่ามาออกรถ เซ็นรับรองด้วย 5.หลักประกันสำคัญต้องมีโฉนด หรือเงินเดือนของผู้ค้ำสมาชิกผู้ที่ออกรถแท็กซี่ไฟฟ้า 6.รัฐบาลต้องค้ำประกัน 50% เพื่อจูงใจให้สมาชิกแท็กซี่ และ 7.ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เป็นผู้รับผิดชอบและห้ามล็อกสเปก สำหรับผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อย

