สกสว. รุกเทคโนโลยีสีเขียว ชมโรงงานบำบัดน้ำเสียใต้ดินที่ใหญ่สุดในเซี่ยงไฮ้
เมื่อเร็วๆ นี้ รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในฐานะผู้แทนผู้อำนวยการ สกสว. เข้าร่วมการประชุม Bangkok Shanghai Economic Conference (BSEC) ครั้งที่ 6 ณ สถานกงสุลใหญ่
นครเซี่ยงไฮ้ โดยได้รับเชิญให้บรรยายในหัวข้อ Introduction of Thailand Science Research
and Innovation (TSRI) and BCG concept of Thailand เนื่องจาก สกสว.เป็นหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสีเขียว และขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG Economy Model
สกสว. มีความร่วมมือ (MOU) กับคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (Science and Technology Commission of Shanghai Municipality : STCSM) เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในมิติต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย 1.ด้านชีวเภสัชภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ 2.ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร 3.ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน 4.ด้านปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และ 5.ธนาคารเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology Bank) ทั้งในส่วนของการร่วมสนับสนุนโครงการวิจัย การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนโยบายและมาตรการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สำคัญ เป็นต้น โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม และ นาย กง เจิ้ง นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ ให้เกียรติเป็นสักขีพยานใน
พิธีลงนาม ณ Chinese Academy of Sciences Innovation Cooperation Center (Bangkok)
สำหรับ ความร่วมมือดังกล่าว สอดคล้องกับแผนด้าน ววน. ปี 2556-2570 ในยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ประเทศไทยยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy ) หรือ BCG เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและขับเคลื่อนการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ผลิตที่เป็นฐานการผลิตเดิม เช่น เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงหรือนวัตกรรม
ทั้งนี้ได้เข้าพบ คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อหารือการดำเนินงาน ตามที่ได้ลงนามร่วมกัน โดยหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนพันธกิจขององค์กรทั้งสอง พร้อมกับเยี่ยมชม Shanghai Chengtou Water Group โรงงานบำบัดน้ำเสียใต้ดินแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีกำลังการผลิต 40,000 ลบ.ม. ต่อวัน เทียบได้กับโรงงานบำบัดน้ำเสียส่วนกลางที่มาบตาพุดประมาณ 30 เท่า ซึ่งมีกระบวนการบำบัดน้ำเสียที่มีการออกแบบและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินการก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนของเสียที่เป็นกากตะกอนที่เผาไหม้ได้จะถูกขนส่งไปยังเป็นเชื้อเพลิงยังโรงไฟฟ้า

