หน้าแรก เศรษฐกิจ ลัช เครื่องสำ...

ลัช เครื่องสำอางสัญชาติอังกฤษ เล็งขยายสาขาเพิ่ม หลัง เปิดตัวในไทย 7 ปี ค่อนข้างสำเร็จ

8.09.23 | 14:27 น.

ลัช เครื่องสำอางสัญชาติอังกฤษ เล็งขยายสาขาเพิ่ม หลัง เปิดตัวในไทย 7 ปี ค่อนข้างสำเร็จ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายฟิลลิป อเล็กซานเดอร์ ผู้บริหารลัช ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้นำ ลัช เครื่องสำอางทำมือจากประเทศอังกฤษ เข้ามาเปิดตัวครั้งแรก ณ ประเทศไทย ที่ ห้างสยามเซ็นเตอร์ ชั้น G เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นร้าน ลัช สาขาแรกในประเทศไทย และยังเป็นสาขาสัญลักษณ์ (Flagship Store) อีกด้วย หลังจากการเปิดตัวในเดือนธันวาคมภายในปีนั้น LUSH ได้กลายมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความประทับใจให้กับสังคมคนกรุงที่ใส่ใจในสุขภาพ และมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยมีฐานแฟนคลับของลัช หรือ ชาวลัชชี่ กลุ่มคนที่ชื่นชมแบรนด์ของเราค่อนข้างเหนียวแน่น

น.ส.เพ็ญพิชญาญ์ อเล็กซานเดอร์ ผู้บริหาร LUSH Thailand อีกราย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ LUSH มีชื่อเสียงในต่างประเทศจากผลิตภัณฑ์สำหรับการแช่น้ำ การทำการตลาดในเมืองไทยที่เป็นประเทศที่ไม่มีวัฒนธรรมการแช่น้ำ LUSH จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย และแบรนด์ต้องทำการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคคนไทยมากขึ้นว่า LUSH ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์แช่น้ำ อย่างเช่น Bath Bomb หรือ Bubble Bar เท่านั้น เรามีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่หลากหลาย สามารถใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า น้ำหอมของ LUSH ก็เป็นอีก 1 ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่ลัชชี่ชื่นชอบและให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากความเป็นเอกลักษณ์ทางกลิ่น รวมไปถึงรูปลักษณ์ที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเพศอะไร หรืออยู่ในช่วงอายุเท่าใด LUSH ก็ได้ทำการคิดค้นและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นการรองรับทุกความต้องการของทุกคน รวมไปถึงมีเป้าหมายที่จะสร้างการปฏิวัติวงการเครื่องสำอางและเป็นที่หนึ่งในเครื่องสำอางทุกหมวดหมู่ ตามแผนการเครื่องสำอางลับสุดยอด (Secret LUSH Master Plan) ของคุณมาร์ค คอนสแตนติน (Mark Constantine) 1 ในผู้ก่อตั้ง LUSH

สำหรับในประเทศไทยนั้น ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมาก ๆ และลัชชี่ให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง คือ มาสก์หน้าสด (Fresh Face Masks) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ขายดีที่สุด ตั้งแต่ LUSH ประเทศไทยเปิดให้บริการมา จนทำให้ LUSH ประเทศไทยต้องเปิด “ห้องครัวลัช” (LUSH Kitchen) เพื่อทำการผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าสดและเคล็นเซอร์สดในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการลัชชี่ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์สดใหม่มากที่สุด และมีอายุการใช้งานได้นานที่สุด จากฝีมือการผลิตของผู้ผสมผลิตภัณฑ์ชาวไทย (Compounder) นอกจากนี้ยังมีการผลิตมาสก์ตาแบบสด (LUSH’s Eye Pads) ที่มีหลากหลายสูตรให้ลัชชี่ได้เลือกสรร รวมไปถึงมาสก์หน้าแบบเจลลี่ (Jelly Masks) ที่แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่จำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้แล้ว แต่ลัชชี่ก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนั้นเช่นกัน

“ปัจจุบันลัชมีทั้งหมด 8 สาขาใหญ่ และ 1 สาขาป๊อปอัพ และในอนาคตอันใกล้นี้ LUSH ประเทศไทย ยังมีแผนการในการขยายสาขาให้มากขึ้นตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้”