นายมนัส แจ่มเวหา ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 22 ปี เอ็กซิมแบงก์เปิดตัวสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก และเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐ ด้วย 2 สินเชื่อ คือ สินเชื่อส่งออกทวีค่า และบริการรับซื้อตั๋วส่งออกทวีค่า โดยคิดดอกเบี้ยปีแรก 3.99% หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้าสำหรับการกู้ซึ่งเป็นเงินบาท (Prime Rate) ลบ 1.5% โดย Prime rate ล่าสุดอยู่ที่ 6.5%
นายมนัสกล่าวว่า เอสเอ็มอีที่จะมากู้เงินต้องนำเงินไปเพื่อสนับสนุนการส่งออกตลาดใหม่ หรือเป็นสินค้าใหม่ที่จะส่งออกไปตลาดเดิม รวมถึงต้องไม่เป็นการนำรีไฟแนนซ์หนี้เดิม วงเงินกู้ประมาณ 20 ล้านบาทต่อราย คาดว่าหากใช้เต็มวงเงินทุกคนจะได้ช่วยผู้ประกอบการได้ 500 ราย ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการส่งออกเพิ่มขึ้น 1,668 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท (35 บาทต่อดอลลาร์) คาดว่าการขอสินเชื่อจะเต็มวงเงินภายในเดือนมิถุนายนนี้ และหากวงเงินหมดแล้ว แต่ผู้ประกอบการยังสนใจสินเชื่อก็อาจจะมีการขยายวงเงินออกไปอีก
“วงเงินสินเชื่อมีอยู่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท แยกเป็นสินเชื่อส่งออกทวีค่าจำนวน 1 หมื่นล้านบาท และบริการรับซื้อตั๋วส่งออกทวีค่าอีก 5 พันล้านบาท ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น ผู้ประกอบการมีความต้องการสินเชื่อแล้วประมาณ 2 พันล้านบาท แสดงให้เห็นว่าแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศจะผันผวน กระทบต่อการส่งออกทั้งในสหรัฐ และยุโรป แต่ในบางประเทศยังมีโอกาสอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ซึ่งการส่งออกมีโอกาสเติบโตสูง และจะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศได้ เพราะการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)” นายมนัสกล่าว

