หน้าแรก เศรษฐกิจ รมช.นภินทร เป...

รมช.นภินทร เปิดแนวคิด ‘รับฝาก’ แก้ปัญหาพืช-ผลไม้ราคาตกต่ำ

11.09.23 | 16:10 น.

รมช.นภินทร เปิดแนวคิด ‘รับฝาก’ แก้ปัญหาพืช-ผลไม้ราคาตกต่ำ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวคิดส่วนตัวเกี่ยวกับนโยบายการดูแลราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคว่า ในแนวคิดส่วนตัวนั้นการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หรือปริมาณล้นตลาด ต้องแบ่งสินค้าเกษตรออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.พืชไร่ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา และ 2.พืชสวน ได้แก่ กลุ่มผักและผลไม้ตามฤดูกาล สำหรับการดูแลพืชไร่นั้น ตามแนวคิดเห็นว่าควรใช้มาตรการรับฝากสินค้าเกษตรมาใช้แก้ปัญหาล้นตลาด โดยให้เกษตรกรนำผลผลิตฝากกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ในราคา 60-70% ของมูลค่าสินค้า กำหนดเงื่อนไขให้โอกาสในการไถ่ถอนคืนในช่วงที่ราคาในตลาดสูงขึ้น โดยภาครัฐอาจสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อชะลอการขายและช่วยเหลือค่าฝากเก็บบางส่วน

“ผมพร้อมจะนำประสบการณ์การบริหารงานภาคเกษตรเข้ามาช่วยงานกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมาตรการรับฝากสินค้าเกษตรนี้เป็นแนวคิดส่วนตัวของผม เคยนำไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว จากนี้จะนำไปหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เพราะเป็นมาตรการที่ใช้เงินงบประมาณน้อยกว่ามาตรการประกันรายได้ และมาตรการรับจำนำ” นายนภินทรกล่าว

นายนภินทรกล่าวต่อว่า ส่วนสินค้าอื่นๆ เช่น สินค้าปศุสัตว์ ไก่ ไข่ หมู ควรจัดตั้งคณะทำงานด้านตลาด ซึ่งเป็นคณะกรรมการภายในของกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ติดตามการผลิต ความต้องการ และตลาด เพื่อป้องกันราคาผันผวน สำหรับมาตรการดูแลราคาพืชสวนไม่ให้ราคาตกต่ำว่าจะต้องเร่งเชื่อมโยงตลาดผลผลิตไปยังช่องทางอื่นๆ โดยขอความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ในการระบายสินค้า เป็นต้น ไม่ใช่เชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดค้าผัก หรือตลาดกลางเหมือนในอดีต เพราะจะยิ่งทำให้ราคาตกต่ำ ส่วนปัญหาสินค้าผัก ผลไม้มีราคาแพงนั้น เป็นปัญหาระยะสั้นเรื่องของฤดูกาล ต้องให้เกษตรกรมีรายได้ด้วย

นายนภินทรกล่าวด้วยว่า สำหรับมาตาการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าภายในจะต้องทำการถอดต้นทุนราคาสินค้าแต่ละรายการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้น และลงของต้นทุนให้ทันถ่วงที โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง หากรัฐบาลปรับลด ราคาสินค้าจะต้องปรับลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ควรต้องเชิญผู้ประกอบการผลิตสินค้ามาหารือเพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาค่าครองชีพจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

Advertisement