หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดตลาดเช้าน...

เปิดตลาดเช้านี้บาทอ่อนค่าเล็กน้อย หลังผู้เล่นรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ 13 ก.ย.นี้

12.09.23 | 09:20 น.

เปิดตลาดเช้านี้บาทอ่อนค่าเล็กน้อย หลังผู้เล่นรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯวันพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.53 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.51 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.45-35.65 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหว sideway (แกว่งตัวในช่วง 35.47-35.54 บาทต่อดอลลาร์) โดยถึงแม้ว่า เงินดอลลาร์จะย่อตัวลงมาบ้าง แต่การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เข้าใกล้ระดับ 4.30% อีกครั้ง ก็ยังคงกดดันให้ราคาทองคำพลิกกลับมาย่อตัวลงใกล้โซนแนวรับระยะสั้น ทำให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวบ้างและเป็นแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าให้กับเงินบาท

นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ปัจจัยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทในวันก่อนหน้านั้น ส่วนใหญ่มาจากการที่เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ตามการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง พร้อมกับการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ อย่างไรก็ดี ปัจจัยหนุนดังกล่าว ก็เริ่มแผ่วลงบ้าง

ขณะที่ ปัจจัยกดดันฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ ทั้ง แรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ที่ยังไม่เห็นสัญญาณการกลับมาซื้อสินทรัพย์ไทยอย่างที่เคยคาดหวังไว้ ว่านักลงทุนต่างชาติจะเริ่มกลับมาซื้อสินทรัพย์ไทยมากขึ้น หากการจัดตั้งรัฐบาลผสมและคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นลง

นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรป ทั้งข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ และดัชนี ZEW ของเยอรมนี ออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจส่งผลให้ เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นได้ ตามการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์อังกฤษและเงินยูโร

Advertisement

อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ต่างก็รอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ และรอลุ้นผลการประชุม ECB ทำให้การปรับสถานะถือครองอาจยังไม่ชัดเจนนัก

“ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง จากนโยบายการเงิน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูนกล่าว

ขณะเดียวกัน ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหว sideway หลังจากทยอยอ่อนค่าลงในช่วงการซื้อขายระหว่างวัน ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่รีบปรับสถานะถือครอง จนกว่าจะรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ และผลการประชุม ECB ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 104.6 จุด (กรอบ 104.4-104.8 จุด)

นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรปอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และค่าเงินยูโร (EUR) ได้ โดยจะเริ่มจาก รายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษล่าสุด โดยตลาดประเมินว่า ตลาดแรงงานอังกฤษมีแนวโน้มชะลอตัวลงมากขึ้น โดยอัตราการว่างงาน (Unemployment) อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.3% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงที่ไวกว่าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า

ทั้งนี้ การชะลอตัวลงของตลาดแรงงานอาจไม่สามารถเปลี่ยนใจ BOE ต่อการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนได้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษยังคงอยู่ในระดับสูงมาก เมื่อเทียบกับเป้าหมายของ BOE กอปรกับ แรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าจ้างก็ยังคงมีอยู่ โดยอัตราการเติบโตของค่าจ้าง ไม่รวมโบนัส ในเดือนกรกฎาคม อาจยังคงสูงกว่า +7.8%

และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี (ZEW Economic Sentiment) ซึ่งมีโอกาสที่บรรดานักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันอาจปรับลดความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจลงได้ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของเยอรมนีและยุโรปในระยะนี้ออกมาแย่กว่าคาด