หน้าแรก เศรษฐกิจ กองทรัสต์ LHH...

กองทรัสต์ LHHOTEL ลงทุนโรงแรมเพิ่ม รับรัฐบาลหนุนท่องเที่ยวฟื้น ดันสินทรัพย์โต 2 หมื่นลบ.

12.09.23 | 15:34 น.

กองทรัสต์ LHHOTEL ลงทุนโรงแรมเพิ่ม รับรัฐบาลหนุนท่องเที่ยวฟื้น ดันสินทรัพย์โต 2 หมื่นลบ.

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL)​ ได้เตรียมลงทุนเพิ่มเติมใน 2 ทรัพย์สินใหม่ศักยภาพสูง ได้แก่ 1.โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และ 2.โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มูลค่ารวมไม่เกิน 9,800 ล้านบาท เป็นการกระจายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่พัทยา เนื่องจากถือเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกรับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว หนุนมูลค่าสินทรัพย์รวมเติบโตเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท

นายกิตติ กล่าวว่า พัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย สามารถเดินทางได้สะดวกเพียง 1 ชั่วโมงกว่าจากกรุงเทพฯ  โดยการท่องเที่ยวพัทยาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดประเทศปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพัทยา ยังได้รับปัจจัยบวกจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในจังหวัดชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนและแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ อาทิ ยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3, พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อ 3 สนามบิน เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจโรงแรม (ทุกระดับ) และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในพัทยา ณ สิ้นปี 2565 มีจำนวนห้องพักรวมประมาณ 60,000 ห้อง ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรงแรมระดับบน 22% และโรงแรมระดับลักชัวรี่เพียง 1% ส่วนที่เหลือเป็นโรงแรมระดับกลาง 64% โรงแรมราคาประหยัด 11% และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2%

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวและโรงแรมของประเทศไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และไทยก็เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 17.8 ล้านคน สูงกว่าทั้งปี 2565 ที่มีต่างชาติเที่ยวไทยประมาณ 11.2 ล้านคน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยปี 2566 จะมีจำนวนรวมประมาณ 25 – 30 ล้านคน แม้ยังไม่เท่ากับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 และนักท่องเที่ยวจีนยังไม่ได้เดินทางมาไทยเท่ากับเป้าหมายตามที่คาดไว้ก่อนหน้า แต่เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวรับฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) อาทิ มาตรการฟรีวีซ่า จะส่งผลดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม

นายณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า ปัจจุบันกองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินหลัก 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 จำนวน 462 ห้องพัก, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ จำนวน 497 ห้องพัก และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 จำนวน 442 ห้องพัก โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% ค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วกว่า 20% ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ LHHOTEL ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากเปิดประเทศและกลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/2565 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 กองทรัสต์จ่ายเงินปันผล แล้ว 2 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 0.58 บาทต่อหน่วย

Advertisement

นายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า กองทรัสต์ (REIT) เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสรับผลตอบแทนการลงทุนที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาวและมีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าตราสารทุน โดยเฉพาะ LHHOTEL ที่ลงทุนในโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักและผลการดำเนินงาน รวมทั้งการจ่ายเงินปันผลที่ดี และยังสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากช่วงโควิด-19 หลังจากประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ ที่คาดว่าจะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Fund Flow) ที่จะไหลเข้ามาสู่ตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้น