หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.เครื่องนุ่ง...

ส.เครื่องนุ่งห่มไทย ร้องรัฐสกัดสินค้ามือสองนำเข้า ชี้อุตสาหกรรมไทยเสียหายหมื่นล้าน

13.09.23 | 13:08 น.
นายยศธน กิจกุศล

ส.เครื่องนุ่งห่มไทย ร้องรัฐสกัดสินค้ามือสองนำเข้าเกลื่อนเมือง ชี้อุตสาหกรรมไทยเสียหายหมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายยศธน กิจกุศล นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มและเสื้อผ้าภายในประเทศไทย กำลังประสบปัญหาสินค้ามือสองที่นำเข้าจากต่างประเทศและจำหน่ายในราคาถูกมาก มาแย่งตลาดผู้ผลิตในประเทศ โดยเน้นขายตามตลาดนัด ขายผ่านออนไลน์ และจัดประมูลแบบเหมาซื้อจำนวนมาก ซึ่งสินค้ามือสองจากต่างประเทศที่เข้ามาดัมพ์ตลาดในไทย ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้า ได้ขยายไปยังสินค้าต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม และเพื่อเป็นการรักษาฐานการผลิตสินค้าในแต่ละอุตสาหกรรม สมาคมกำลังหารือกับหลายอุตสาหกรรมที่มีสินค้ามือสองนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาดัมพ์ตลาดไทย โดยจะรวบรวมสถานการณ์ ปัญหา และข้อเสนอ จากสมาคมและผู้ผลิตต่างๆ เพื่อจัดทำหนังสือและขอเข้าพบกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งดูแลการผลิต การค้า และการนำเข้า รวมถึงสุขอนามัย ซึ่งข้อเสนออยากให้เร่งออกกฎระเบียบเพื่อดูแลสินค้ามือสองนำเข้าจนกระทบต่ออุตสาหกรรมในไทย

“ตลาดค้าในประเทศตอนนี้หดตัวมากไม่แพ้ตลาดส่งออก ด้วยกระแสตื่นตัวเรื่องสินค้ามือสอง เกิดขึ้นมาช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากกระตุ้นการรักษ์โลก ลดภาวะสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน และมองว่าอุตสาหกรรม เช่น ผลิตเสื้อผ้า เป็นส่วนที่ทำให้โลกร้อน คาร์บอนสูง จึงรณรงค์ให้ใช้ของซ้ำ ทำให้เกิดช่องการนำเข้าสินค้ามือสองจากต่างประเทศต่อเนื่อง หลายสินค้ารวมน่าจะสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมไทยหลักหมื่นล้านบาทได้ ยิ่งหลังโควิดจะพบแหล่งจำหน่ายเสื้อผ้ามือสองแย่งชิงกันอย่างรุนแรง บางชิ้นขายไม่กี่บาทไม่กี่สิบบาท จนกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ อยากให้รัฐบาลปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศสกัดสินค้ามือสองนอกประเทศเข้ามาดัมพ์ตลาดไทยอย่างง่ายดาย ซึ่งสมาคมไม่ได้คัดค้านการใช้ซ้ำหรือซื้อสินค้าตกเกรด แต่ควรเป็นการหมุนเวียนซื้อสินค้ากันภายในประเทศ และคำนึงถึงสุขอนามัยด้วย และไม่อยากให้ไทยเป็นแหล่งทิ้งขยะของเหลือใช้จากทั่วโลก” นายยศธนกล่าว

นายยศธนกล่าวต่อว่า สำหรับการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทย ช่วง 7 เดือนแรก 2566 ยังติดลบ 15% ปัจจัยกระทบส่งออกคือกำลังซื้อตลาดหลัก อย่างสหรัฐ ยุโรป ยังประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในและปีก่อนสหรัฐ คาดว่าปีนี้ตลาดจะฟื้นจึงได้สั่งสต๊อกสูงกว่าปกติ คาดว่าจะลดลงและเริ่มนำเข้ารอบใหม่ในไตรมาส 4 ปีนี้ จะทำให้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มกลับมาบวกได้ พร้อมกันนี้ ผู้ผลิตยังเจอปัญหาต้นทุนสูง เช่น ผ้า สูงขึ้น 20-40% ค่าพลังงานและค่าไฟระดับสูง ทำให้ต้องคุมการผลิตและเข้มงวดการค้า อีกปัจจัยดีต่อส่งออกปลายปี คือ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ดีขึ้น ดังนั้นคาดหวังว่าส่งออกเครื่องนุ่งห่มทั้งปี 2566 จะใกล้เคียงปี 2565 หรือมีมูลค่าส่งออกรวม 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายยศธนกล่าวว่า สำหรับปี 2567 ภาคธุรกิจคาดหวังจะดีขึ้นหลังมีรัฐบาลใหม่และในการแถลงนโยบายจะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนเครื่องนุ่งห่ม อยากให้รัฐบาลเร่งการเจรจาเปิดเสรี (เอฟทีเอ) ไทยกับอียู หวังได้ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มาจากภาคเอกชนจะเข้าใจและผลักดันประโยชน์ที่จะได้จากเอฟทีเอ รวมถึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสะสม ทั้งการลดต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าไฟ การเข้าถึงแหล่งทุน ดอกเบี้ยสูง กำลังซื้อประชาชนยังต่ำ ควรชะลอปรับขึ้นค่าแรงรายวัน 600 บาท เพราะอุตสาหกรรมพึ่งพาแรงงานมากจะเจอปัญหาอาจเลิกกิจการหรือย้ายไปประเทศเพื่อนบ้านแทน ซึ่งเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ สมาคมกำลังประสานไปยังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขอให้ขยายการให้สิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรสำหรับส่งเสริมการผลิตการลงทุนของเอสเอ็มอี ที่ได้ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบและผ้าเพื่อการผลิต ที่ถูกเก็บในอัตรา 5-30% โดยมีผู้ผลิตอีก 10 บริษัทกำลังประสบปัญหาต้นทุนและความสามารถการแข่งขันต่ำ

Advertisement

“การจะทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้ 5% รัฐต้องลดค่าครองชีพ พร้อมกับกระตุ้นเศรษฐกิจ เห็นด้วยลดค่าไฟ ค่าพลังงาน ไม่ขึ้นดอกเบี้ย ลดภาระหนี้และต้นทุนผู้ประกอบการ รวมถึงเร่งเจรจาเปิดเสรีและใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ส่วนที่กังวลมากตอนนี้คือ การปรับขึ้นค่าแรงรายวัน หากขึ้นพรวดและไปถึง 600 บาท จะเป็นผลเสียต่ออุตสาหกรรมใช้แรงงานมาก ที่กำลังลงทุนในประเทศ อาจต้องทบทวนกันอีกครั้ง อยากให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบด้าน สอดคล้องกันทั้งนำเข้าและผลิตเพื่อส่งออก” นายยศธนกล่าว