‘ชาติศิริ’ ชี้ มีรบ.ใหม่เป็นเรื่องดี เชื่อมาตรการรัฐฟื้นศก. ประเมินสิ้นปีขยายตัว 3% ยันแบงก์กรุงเทพยังมีสาขาเวียงจันทน์

13.09.23 | 15:15 น.

‘ชาติศิริ’ ชี้ มี รบ.ใหม่เป็นเรื่องดี เชื่อมาตรการรัฐฟื้น ศก. ประเมินสิ้นปีขยายตัว 3% ยันแบงก์กรุงเทพยังมีสาขาเวียงจันทน์

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังงานสัมนา SME Transformation : เปลี่ยนผ่านธุรกิจ เติบโต ยั่งยืน เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี กล่าวถึงการมีรัฐบาลใหม่นั้น

นายชาติศิริกล่าวว่า การมีรัฐบาลใหม่เป็นสิ่งที่ดี สำหรับนายกรัฐมนตรี หรือนายเศรษฐา ทวีสิน ก็มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ และนายกฯสามารถจะนำความคิดต่างๆ เข้ามาเพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าขึ้นไป สามารถแข่งขันในระดับประเทศได้อีกขั้นหนึ่ง สร้างเศรษฐกิจให้ใหญ่ขึ้นและสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกๆ คนได้ ขณะเดียวกัน สำหรับมาตรการของรัฐบาล มองว่าเป็นเรื่องดีที่น่าจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นได้และขยายตัวออกไปวงกว้าง

ขณะเดียวกัน คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2566 ประเมินว่าขยายตัวราว 3% แม้ภาคการส่งออกที่เป็นหัวใจสำคัญจะชะลอตัวลงบ้างแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่อง จากข้อมูลในแต่ละเดือนเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้าไทยประมาณ 2 ล้านคน คาดว่าสิ้นปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะเข้าใกล้ 30 ล้านคน

“ธุรกิจแบงก์ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มองว่าเศรษฐกิจไปได้ดีพอสมควร ถ้าจีดีพีโตได้ 3% ธุรกิจธนาคารจะขยายตัวสามารถสนับสนุนลูกค้าได้ ซึ่งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารวางไว้ที่ 4-6% ยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิม” นายชาติศิริกล่าว

Advertisement

นายชาติศิริกล่าวว่า สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบกับลูกค้าหรือไม่นั้น ธนาคารก็ระมัดระวังและจะดูวิธีการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถประกอบธุรกิจได้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญ แม้ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอยู่ที่ 2.25% แต่ธนาคารยังไม่ได้ส่งผ่านดอกเบี้ยดังกล่าว ซึ่งต้องดูแนวโน้มสักพักหนึ่ง หรือดูเป็นระยะ แต่ธนาคารพยายามไม่ทำให้การปรับดอกเบี้ยเป็นภาระต่อเอกชน

ด้านอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงใช้กับธุรกิจขนาดเล็ก (MRR) ของธนาคารปรับขึ้นเล็กน้อย แนวทางการบริหารต้นทุนยังดำเนินการได้ดี แต่ธนาคารจะการปรับอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ เพื่อไม่ทำให้ดอกเบี้ยเป็นปัญหากับผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ต้องทำให้ธุรกิจผู้ประกอบการขยายตัวได้

“สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารมีแนวโน้มลดลง หลังคุณภาพของลูกหนี้กลับมาชำระได้ปกติเพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 2.9% เป็นผลจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งตัวเลขจะขยับขึ้นขยับลงอยู่ที่แต่ละไตรมาสเศรษฐกิจขยายตัวอย่างไร” นายชาติศิริกล่าว

นายชาติศิริกล่าวว่า ธุรกิจธนาคารในต่างประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งขยายตัวได้ 25% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยธนาคารได้เปิดสาขาในต่างประเทศรวม 9 สาขา แต่ละสาขาขยายตามโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ และยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 ธนาคารยังไม่มีการขยายสาขาใหม่ในต่างประเทศเพิ่มเติม แต่จะใช้เครือข่ายที่มีอยู่ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การปรับตัวของซัพพลายเชนก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและประเทศในอาเซียน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าในภูมิภาคนี้

ขณะเดียวกัน ในปี 2563 ธนาคารกรุงเทพได้เข้าถือหุ้นร้อยละ 89.12 ในธนาคารเพอร์มาตา ในประเทศอินโดนีเชียเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้ยังขยายตัวได้ดี จากศักยภาพของประเทศที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและยังสามารถบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง

“อย่างไรก็ตาม การปิดสาขาธนาคารในประเทศ สปป.ลาว ไป 1 สาขา ที่ปากเซ แต่ยังเปิดอีก 1 สาขาที่เวียงจันทน์ ยืนยันว่าธนาคารยังสามารถให้บริการกับลูกค้าเหมือนเดิม” นายชาติศิริกล่าว