‘เฟทโก้’ จ่อพบนายกฯ ชง 3 ข้อ พัฒนาตลาดทุน เพิ่มโทษบริษัททุจริตในตลาดหุ้นให้แรงขึ้น ใช้เอไอตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ในฐานะประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า เฟทโก้จะมีการประชุมวันที่ 25 กันยายน 2566 โดยมีสมาชิกทั้ง 7 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (TLCA) เพื่อเตรียมข้อมูลเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือใน 3 เรื่องสำคัญในการผลักดันให้ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและมีศักยภาพ
“ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลต่างๆ ในการนำเสนอแก่นายกฯเพื่อหารือ โดยคาดว่าจะเข้าพบนายกฯได้ตามแผนไม่น่าเกินช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ หรือเร็วกว่ากำหนด เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญ” นายกอบศักดิ์กล่าว
นายกอบศักดิ์กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.กองทุนเพื่อการออม (SSF) ที่จะหมดอายุลง จึงจะต้องหาแนวทางในเรื่องนี้ และที่สำคัญกองทุน SSF ที่ผ่านมาถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในเชิงกระตุ้นการออม และการลงทุนของภาคประชาชนมากนัก ด้วยระยะเวลาการลงทุนที่ยาวเกินไป หากจำเป็นต้องการต่ออายุกองทุนดังกล่าว จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และจูงใจประชาชนให้หันมาออมเงิน และลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกันในฝั่งของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (AIMC) ก็ได้มีการคิดค้นกองทุนเพื่อประหยัดภาษีรูปแบบใหม่เพิ่มเติม เพื่อนำเสนอให้ภาครัฐพิจารณาด้วยเช่นกัน
2.เรื่องบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำการทุจริตผ่านตลาดทุนไทย หลังจากที่ผ่านมาจะพบกรณีอย่าง เช่น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE และบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ที่สร้างผลกระทบให้กับนักลงทุน และตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก
ดังนั้น อยากให้มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำผิดที่รุนแรงกว่านี้ เช่น หากพบการกระทำผิดสามารถจับมาลงโทษได้ทันที และบทลงโทษนั้นจะต้องรุนแรงกว่าเดิมด้วยเช่นกัน รวมถึงถึงนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้ในการตรวจสอบการกระทำผิด หรือเกิดการตรวจสอบได้ทันทีหากพบข้อสงสัย
และ 3.การพัฒนาตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้อยากได้ความคิดเห็นจากทางภาครัฐด้วยเช่นกันว่า จะมีแผนพัฒนาตลาดทุนอย่างไรบ้าง
“อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ตลาดทุนมีศักยภาพในการป้องกันการทุจริตผ่านตลาดทุนได้มากขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เพิ่มขึ้น หลังจากเพิ่มความปลอดภัย โดยใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ต่างๆ จึงอยากให้ภาครัฐช่วยพิจารณาในส่วนนี้ด้วย” นายกอบศักดิ์กล่าว

