‘ธรรมนัส’ เร่งสางปัญหาเกษตร ปรับที่ดิน ส.ป.ก. ให้ทำธุรกรรมได้ หวังดันเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง

13.09.23 | 17:29 น.

‘ธรรมนัส’ เร่งสางปัญหาเกษตร ปรับที่ดิน ส.ป.ก. ให้ทำธุรกรรมได้ หวังดันเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง


เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่กรมชลประทาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ มอบนโยบายขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ทั้งนี้ ได้เปิดการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กระทรวงและทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ รวมกว่า 4,000 คน

ร.อ.ธรรมนัสเปิดเผยว่า นโยบายที่เตรียมไว้ในเบื้องต้น ประกอบด้วย 1.สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ คือ จัดตั้งศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร สร้างครอบครัวเกษตร บูรณาการความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนภารกิจยกระดับ MR. สินค้าเกษตร 2.รับมือภัยธรรมชาติ โดยการป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู รับมือภัยแล้งและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3.ประกาศสงครามสินค้าเกษตรเถื่อน โยการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า 4.ยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร คือ ผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง และส่งเสริมเกษตรกร สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร โดยจะไปหารือแนวทางที่เหมาะสม พร้อมชักชวนบริษัทประกันภัยเอกชนเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น ยืนยันจะไปหางบประมาณมารองรับ เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า การใช้งบประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี ช่วยเกษตรกรได้มาก

Advertisement

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า 5.จัดการทรัพยากรทางการเกษตร คือทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG และ Carbon credit และ 6.อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร คือ สร้างระบบประกันภัย เกษตรกรไทย สุขใจถ้วนหน้า และบริการทางการเกษตรที่ใช่เลือกใช้ให้เหมาะสม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนการพักหนี้เกษตรกรนาน 3 ปี นายกรัฐมนตรีได้สั่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ในส่วนกระทรวงเกษตรฯจะเป็นผู้ให้ข้อมูลกับเกษตรกรต่อไป ส่วนนโยบายการประกันราคาสินค้าเกษตรยังไม่มีการพูดถึง เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการเน้นเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรมากกว่า

“ในการเข้ามานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีฯของเราทั้ง 3 คน เป้าหมาย คืออยากให้พี่น้องอยู่ดีกินดี และเมื่อสิ้นสุดการบริหาร อยากให้เกษตรกรจำได้ ดังนั้น จึงมีนโยบายเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร ซึ่งสามารถทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินได้ หรือมีมูลค่าเทียบเท่า โฉนด นส.3 ของกระทรวงมหาดไทย โดยก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษากรอบกฎหมายไว้บ้างแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะเริ่มดำเนินงานต่อทันที โดยจะเริ่มที่ 30 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่าราว 3 ล้านล้านบาท จากที่สปก.ทั้งหมด 40 ล้านไร่ในปัจจุบัน ซึ่งอยากให้นโยบายฯ นี้ เป็นนโยบายชิ้นโบว์แดง เพื่อให้เกษตรกรจำได้” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงฯ เร่งตั้งศูนย์ บริการประชาชน ภาคการเกษตรทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อให้เกษตรร้องเรียนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และจะแก้ไขได้ตรงจุด ซึ่งปัญหาภัยแล้งที่เป็นผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ นั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งเตรียมรับมือและแก้ไข โดยจะหารือกับผูบริหารเพื่อวางแนวทางรับมือทั้งกรมชลประทาน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บน้ำและการเติมน้ำในเขื่อน ซึ่งแผนต้องครอบคลุมทั้ง 3 ปีแล้ว แบ่งเป็น แผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

“นอกจากจะแก้ไขปัญหาและป้องกันภัยแล้งแล้ว หลังจากนี้จะต้องเน้นใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย พร้อมประกาศว่า ตลอดระยะเวลาที่ต่างกันตรงตำแหน่งรัฐมนตรีฯ จะทำงาน 365 วัน ไม่มีวันหยุด จะไม่อยู่แต่ในห้องแอร์ และขอให้ผู้บริหารข้าราชการกระทรวงฯ คิดนอกกรอบ ปรับทัศนคติ เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว