หอการค้าชี้ มติครม. นัดแรกเคาะลดค่าไฟ-น้ำมัน ‘แก้ไขตรงจุด’ เชื่อวีซ่าฟรีดึงจีนเที่ยวไทยเพิ่มหลักล้าน
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มติการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนออกมา โดยเฉพาะการปรับลดค่า ทั้งการลดค่าไฟฟ้าลงเหลือ 4.10 บาท ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 4.45 บาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มในรอบบิลเดือนกันยายนนี้ทันที รวมถึงลดราคาน้ำมันดีเซล ให้ต่ำกว่า 30 บาท ต่อลิตร เริ่มต้นได้ในวันที่ 20 กันยายนนี้ เบื้องต้นถือว่าเป็นนโยบายที่ออกมาแก้ไขปัญหาได้ตรงประเด็น เพราะการลดค่าไฟฟ้า ลดค่าน้ำมัน ที่ถือเป็นต้นทุนใหญ่ของการดำเนินชีวิตและธุรกิจ ก็เท่ากับลดค่าครองชีพให้ได้ทุกภาคส่วนด้วย
ส่วนมาตรการวีซ่าฟรี หรือการยกเว้นขอวีซ่าเข้ามาเที่ยวไทยเป็นการชั่วคราว ให้กับผู้ที่เดินทางจากจีนและคาซัคสถาน ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567 ประเมินว่าจะเป็นส่วนช่วยให้มีนักลงทุนจากจีน เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมากในช่วง 3 เดือนสุดท้ายที่เหลือของปีนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนด้วย จากช่วงที่ผ่านมายังไม่ได้กลับเข้ามาเที่ยวไทยได้มากเท่าที่ควร
ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้มีการกระแสข่าวที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทย ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการก่อคดีกันเองของชาวจีนที่มาพำนักในประเทศไทย หรือไม่ได้เกิดเรื่องในไทยแต่เป็นภาพจากประเทศอื่นด้วย ทำให้ส่วนนี้ภาครัฐจะต้องสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวจีน ดึงความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวกลับคืนมา รวมถึงฟื้นภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเชิงบวกมากขึ้นด้วย
“หากมีมาตรการวีซ่าฟรีออกมา และทำตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนนี้ คาดการณ์ว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้สูงมาก เพราะหอการค้ามีการศึกษานักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 คน ใช้จ่ายถึง 50,000 บาทต่อทริป หากมาเพิ่มขึ้นหลักล้านคนในระยะ 5 เดือนนี้ ก็หมายถึงรายได้ที่จะเข้ามาสะพัดในประเทศไทยหลัก 5 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยเฉพาะเป็นการเริ่มต้นใช้วีซ่าฟรีตั้งแต่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ด้วย เชื่อว่าจะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยได้ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคนตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าไว้เดิม” นายสนั่น กล่าว
นายสนั่น กล่าวว่า สำหรับการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทให้กับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนออกมาว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยประเมินว่าหากทำได้จริงจะเป็นนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีอีกทางหนึ่ง เพราะใช้งบประมาณกว่า 5.6 แสนล้านบาท เม็ดเงินนี้จะหมุนในระบบเศรษฐกิจอีกกว่า 4-5 รอบ แต่ต้องหาวิธีทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนได้จริงเป็นระยะยาวมากขึ้น ไม่ได้หมุนแค่ระยะสั้นเท่านั้น รวมถึงต้องไม่ให้งบประมาณในการดำเนินมาตรการที่เป็นก้อนใหญ่หลายแสนล้านนี้ กระทบเป็นภาระการเงินการคลังของประเทศมากเกินไปด้วย

