‘กสิกรไทย’ ชี้กรณีแบ่งจ่ายเงินข้าราชการ 2 งวด แบงก์พร้อมปรับระบบตามความต้องการลูกค้า
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า จากกรณีการปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็น 2 งวดนั้น ดูตามสถานการณ์ต่างๆ หากมีการเปลี่ยนแปลง ธนาคารจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ หากมีการปรับเปลี่ยนจริง คาดว่าแต่ละธนาคารต้องมีการพูดคุยและแยกระบบของแต่ละธนาคารว่าระบบมีความระดับใด
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธนาคารลูกค้ากลุ่มใหญ่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของข้าราชการ ซึ่งความเข้าใจในกลุ่มนี้ไม่เยอะมาก ทั้งนี้ ด้านการบริหารการดำเนินการ ธนาคารจะยึดตามความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งหากดูระบบเชื่อว่าสามารถทำได้ เนื่องจากการจ่ายเงินเดือนจะมาจากความต้องการของลูกค้า ส่วนการชำระหนี้ก็เป็นไปตามความต้องการลูกค้าเช่นกัน
“เบื้องต้นในส่วนของสมาคมธนาคารไทย ยังไม่มีการพูดคุยกันในสมาชิกธนาคาร แต่เชื่อว่าแต่ละธนาคารจะมีวิธีในการดูแล และปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่รอให้เกิดความชัดเจนก่อน” น.ส.ขัตติยากล่าว
น.ส.ขัตติยากล่าวว่า ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจมีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2566 จะเติบโตมากกว่า 3% และไตรมาส 2/2566 เติบโตเพียง 1.8% เป็นโจทย์ที่สำคัญของรัฐบาลใหม่ ซึ่งต้องให้กำลังใจคนทำงานว่าจะทำอย่างไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ และมองระยะยาวให้เศรษฐกิจไปต่อ โดยต้องมองว่าจะดำเนินการนโยบายอย่างไร และจะส่งเสริมให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างไร
ขณะเดียวกัน สำหรับนโยบายของรัฐบาลมีไว้กระตุ้นการใช้จ่ายต่างๆ ให้มีความสะดวกมากขึ้น หรืออาจจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเพิ่มความถี่ในการใช้จ่าย ทำให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโต แต่ก็เป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้า ซึ่งในระยะกลาง และระยะยาว ต้องรอความชัดเจนที่มากขึ้นกว่านี้ โดยตอนนี้ทางรัฐบาลทำเฉพาะหน้าไปก่อน
“มาตรการช่วยเหลือปัญหาหนี้ครัวเรือน เบื้องต้นรัฐบาลได้เตรียมทำมาตรการพักหนี้ให้กับเกษตรกร แต่ยังไม่เห็นการแก้หนี้ในภาคครัวเรือน มองว่าในส่วนนี้ ธปท.มีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่ง ธปท.ไม่อยากให้หนี้ครัวเรือนเติบโตเร็วเกินไป เมื่อเทียบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการที่เข้ามาสนับสนุนมีเพียงพออยู่แล้ว” น.ส.ขัตติยากล่าว
น.ส.ขัตติยากล่าวว่า ภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดอยู่ที่ 2.25% แต่ธนาคารยังไม่มีการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ขณะเดียวกัน ในรอบการประชุมของ กนง.วันที่ 27 กันยายนนี้ ต้องรอติดตามผลประชุมว่าจะมีทิศทางอย่างไร อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายทางธนาคารก็พร้อมรับนโยบายการส่งผ่านต้นทุนด้านดอกเบี้ยของ กนง. ซึ่งก็เดาไม่ออกว่า ธปท.จะมีทิศทางต่อดอกเบี้ยอย่างไร
“รอบที่ผ่านมา กนง.ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ธนาคารไม่ได้ปรับขึ้นตาม เพราะดูทิศทางเศรษฐกิจ ถ้าเห็นผู้ประกอบการไม่มีการเติบโตทางธุรกิจบ้าง และไม่ร้อนแรงถึงขนาดดอกเบี้ยเงินกู้ต้องขึ้น แต่อยากดูแลลูกค้าเงินฝากให้มากขึ้น” น.ส.ขัตติยากล่าว

