หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมโรงสีถก ...

สมาคมโรงสีถก ‘ภูมิธรรม’ ชงต่อมาตรการชดเชยดอกเบี้ย หนุนยุ้งฉางชะลอขาย

14.09.23 | 17:33 น.
แฟ้มภาพ

สมาคมโรงสีถก ‘ภูมิธรรม’ ชงต่อมาตรการชดเชยดอกเบี้ย หนุนยุ้งฉางชะลอขาย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายรังสรรค์ สบายเมือง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยภายหลังประชุมหารือสถานการณ์ข้าวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า สมาคมขอให้กระทรวงพาณิชย์คงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงสี โดยเฉพาะมาตรการชดเชยดอกเบี้ย และขอปรับเพิ่มชดเชยดอกเบี้ยเป็น 4% จากเดิม 3% เพราะโรงสีประสบปัญหาต้นทุนเพิ่มขึ้น และมีผลต่อการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น หากได้รับการพิจารณาทำให้โรงสีลดภาระต้นทุนสูงมากได้คลี่คลายลง จะเข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรได้ในราคาสูงขึ้นด้วย ปัจจุบันราคาข้าวสารเจ้า (ความชื้น 25%) ราคาเฉลี่ย 20.50 บาทต่อกิโลกรัม จากข้าวเปลือกเจ้าที่ราคาตันละ 12,000-13,000 บาท สูงกว่าราคาในช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ประมาณตันละ 8,000-9,000 บาท โดยรัฐใช้งบประมาณชดเชยดอกเบี้ยไม่น่าจะเกิน 700 ล้านบาท นอกจากนี้ เสนอให้คงโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2566/67 ที่ผลผลิตเริ่มออกมาในเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้เกษตรกรเทขายผลผลิตในเวลาเดียวกัน จนปริมาณล้น และเป็นการช่วยพยุงราคาตลาดข้าว ส่วนเป้าหมายปริมาณข้าวชะลอการขายประมาณ 2.5 ล้านตัน

“มาตรการลดค่าไฟฟ้า น้ำมันดีเซล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของรัฐบาล ได้ช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก เนื่องจากค่าไฟถือเป็นต้นทุนหลักในการสีข้าวประมาณ 40% ของต้นทุนรวม สูงกว่าค่าแรง แม้มาตรการตามมติ ครม.ที่ผ่านมา ยังช่วยลดต้นทุนที่ได้ปรับขึ้นมาแล้ว 30% ไม่ได้หมด แต่รับว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาวะให้กับผู้ประกอบการได้ทางหนึ่ง” นายรังสรรค์กล่าว

นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) กล่าวว่า กลุ่มโรงสีอีสาน ได้เสนอคงมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวในยุ้งฉาง เพื่อพยุงราคาข้าว และรัฐควรเพิ่มสัดส่วนปล่อยสินเชื่อจาก 70% ของราคาข้าวเป้าหมาย เป็น 80-90% เพื่อให้ชาวนาได้ทยอยขาย เฉพาะข้าวหอมมะลิ ผลผลิตข้าวเปลือกปีผลิต 2566/67 น่าจะใกล้เคียงปีก่อน ประมาณ 7 ล้านตันข้าวเปลือก ในส่วนนี้ 40% เพื่อส่งออกอีก 40% เป็นการบริโภคในประเทศ และสต๊อกบางส่วน ดังนั้น หากอีก 60% ชาวนาทยอยขายข้าวได้ทั้งปีจะเป็นการพยุงราคาได้มาก เพียงแต่รัฐบาลต้องช่วยเหลือลดภาระต้นทุนและดอกเบี้ย ส่งเสริมการมียุ้งฉางทันสมัย ที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างในต่างประเทศที่สามารถคุมอุณหภูมิ และเช็กปริมาณสต๊อก และควรเพิ่มเป้าหมายเก็บยุ้งฉางผ่านชดเชยจาก 2.5 ล้านตัน เป็น 4 ล้านตัน