‘ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ’ ห่วงกระทบเสถียรภาพคลัง ย้ำพักหนี้-แจกเงินหมื่นควรจำกัดวงแคบ

14.09.23 | 17:42 น.

‘ผู้ว่าการแบงก์ชาติ’ ห่วงนโยบายรัฐ กระทบเสถียรภาพทางการคลัง ย้ำพักหนี้-แจกเงินหมื่นควรจำกัดวงแคบ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้เข้าพูดคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ก็รับฟังข้อกังวลของ ธปท. ต่อการทำนโยบายแล้ว เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เหมือนที่เคยพูดมาว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัว แต่อาจจะฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่นๆ แต่ยังคงเห็นการฟื้นตัวอยู่

ขณะเดียวกัน โจทย์ฝั่งนโยบายที่มองว่าสำคัญจะเป็นเรื่องที่ทำให้นโยบายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งทั่วโลกอยากเห็นนโยบายทั้งฝั่งการเงิน และฝั่งการคลังกลับเข้าสู่สภาวะใกล้เคียงกับช่วงปกติ อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพทางด้านการเงิน เสถียรภาพด้านการคลัง และเสถียรภาพด้านราคา เป็นเหตุผลที่ทำให้ ธปท.ดำเนินนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง

“ในตอนนี้ เราต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพเป็นอะไรที่หลายที่จับตามองและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เสถียรภาพมีหลายมิติ แต่ที่มีความกังวลคือเสถียรภาพฝั่งการคลัง เพราะภาพรวมการคลังต้องมีเสถียรภาพ เราเห็นตัวอย่างประเทศสหรัฐ ยังโดนเครดิตเรตติ้งลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเพราะว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจมากพอในเรื่องเสถียรภาพทางการคลัง ดังนั้น เสถียรภาพการคลังเป็นโจทย์สำคัญ เราก็เช่นกัน” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

Advertisement

@ติงพักหนี้ควรจำกัดวงแคบ
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า นโยบายพักหนี้จะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและการคลังหรือไม่นั้น เรื่องพักหนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่จะดำเนินการ ซึ่ง ธปท.มองว่าเรื่องพักหนี้ ก็ควรเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่อยู่ในกล่องเครื่องมือ แต่ไม่ควรเป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งการที่จะพักหนี้ในวงกว้างจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะการพักหนี้ ควรทำเพียงบางจังหวะที่จำเป็นและเหมาะแก่การทำมาตรการชั่วคราว

สืบเนื่องจากช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด ได้ทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และดำเนินการในวงกว้างเพราะทุกคนได้รับผลกระทบ และหลังจากที่ดำเนินมาตรการพักหนี้ไปแล้ว ก็พยายามถอย เพราะไม่อยากทำเยอะและทำนาน เพราะถ้าทำนานมันไม่ดี และ ธปท.เห็นว่าลูกหนี้แต่ละคนไม่เหมือนกัน หากดูตัวอย่างหนี้เกษตรกร ที่มีบางกลุ่มที่มีศักยภาพต้องหาวิธีการให้ลูกหนี้ปิดจบหนี้ได้ และมีแรงจูงใจต่อการชำระหนี้ต่อ ซึ่งไม่ควรเข้าไปพักหนี้เกษตร แต่จะมีบางกลุ่มที่เจอผลกระทบชั่วคราวจึงเหมาะแก่การเข้ามาตรการพักหนี้

ดังนั้น ถ้าจะพักหนี้ให้ทุกคนยังมองว่าไม่เหมาะสม ซึ่งในการพักหนี้จะเหมาะกับลูกหนี้ที่ในความเป็นจริงมีศักยภาพ แต่เจอวิกฤตที่เกิดชั่วคราวทำให้เกิดปัญหา ซึ่งถ้าได้พักหนี้และกลับมาได้ จึงเหมาะแก่การเข้ามาตรการพักหนี้ โดยเรื่องนี้ก็ได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น และข้อกังวลต่อรัฐบาลแล้ว ว่าการทำวงกว้างอาจมีผลข้างเคียงสูง ซึ่งรัฐบาลก็รับฟัง แต่มาตรการจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับรัฐบาลเป็นผู้กำหนด” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มเกษตรกรเป็นหนี้เรื้อรังที่ดูแล้วปิดจบได้ยาก และมีอายุเยอะ ถ้าพักหนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ซึ่งอาจจะทำให้เขาปิดจบหนี้ไม่ได้ ธปท.จึงได้ออกมาตรการแก้ไขหนี้ เช่น การปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม รวมถึงการแก้ไขหนี้เรื้อรัง ซึ่งดูแล้วมาตรการลักษณะนี้จะช่วยให้ปิดจบหนี้ได้

ทั้งนี้ มาตรการพักหนี้ได้เห็นประสบการณ์ที่ผ่านมา มีการดำเนินการพักหนี้ 14 ครั้งในรอบ 8 ปี แบ้วผลที่ออกมาก็ชัดว่าไม่ค่อยทำได้ดีขนาดนั้น สัดส่วน 70% ที่เข้าร่วมมาตรการพักมีโอกาสอัพเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ซึ่งเห็นว่ามีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ ย้ำว่ามาตรการพักหนี้เป็นเครื่องมือที่ควรอยู่ในกล่องเครื่องมือ แต่ไม่ควรเป็นเครื่องมือหลักและไม่ควรใช้ในวงกว้าง และควรแยกใช้ในกลุ่มเฉพาะ เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่อยากทำคือแก้ปัญหาหนี้ให้จบสิ้น ซึ่งการพักหนี้ไม่ใช่สิ่งที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหา

@รอรูปแบบแจกเงินหมื่นชัดเจน
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า มาตรการกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท หากต้องดำเนินการจะต้องแก้ไขกฎหมายของ ธปท. หรือไม่ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายเป็นเงินได้ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของมาตรการที่จะออกมา ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนมากนักว่ามาตรการจะเป็นอย่างไร คงต้องรอติดตาม แต่ในส่วนของข้อกังวลของ ธปท. ที่ได้มีการหารือกับรัฐบาลแล้ว

ถ้าทำมาตรการในภาพรวมของเศรษฐกิจ ถ้าตัวเลขโดยรวมไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ หากดูที่มาของการเติบโตมาจากการบริโภคฟื้นตัวได้ดี ซึ่งตัวขับเคลื่อนที่ขาดจริงๆ ไม่ใช่เรื่องของการบริโภค แต่เป็นหมวดอื่นๆ ซึ่งที่ขาดมากๆ คือการลงทุน ซึ่งในแง่บริบทของเศรษฐกิจการกระตุ้นการบริโภคเทียบกับการกระตุ้นภาคอื่นๆ อาจจะสำคัญกว่า

อีกทั้งในเรื่องของนโยบาย ทำในรูปแบบที่เฉพาะกลุ่มน่าจะประหยัดงบประมาณได้มากกว่า เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการเงิน 1 หมื่นบาท รวมถึงเรื่องเสถียรภาพการทำนโยบายต่างๆ ต้องฉายภาพระยะปานกลางให้ชัดเจน หากทำมาตรการต่างๆ แล้วภาพรวมรายจ่าย หนี้ และการขาดดุลด้านต่างๆ จะเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เรื่องวินัยการคลังยังเป็นข้อควรกังวล แต่ถ้ามีมาตรการลักษณะนี้ แต่ทำแล้วจะบริหารให้ภาพรวมการคลังอยู่ในกรอบต่างๆ เช่น กรอบภาระหนี้ต่องบประมาณ หรือภาระหนี้ต่อจีดีพี เป็นเรื่องสำคัญ

“โจทย์จริงๆ คือการทำนโยบายที่ไม่ไปทำลายเรื่องเสถียรภาพมากจนเกินไป และต้องคำนึงถึงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จะเกิดขึ้น ซึ่งคิดว่าตรงนี้ถ้าฉายภาพให้คนได้เห็นภาพรวมการคลังเป็นอย่างไรในระยะปานกลางเป็นเรื่องสำคัญ”นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ การทำนโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้ขาดดุลทางการคลัง และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อาจจะเกิดขึ้นได้แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะเกิดขึ้นได้น้อย เพราะความเปราะบางที่สะท้อนการเงินในด้านต่างประเทศยังมีน้อย