หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทย ถกสหรัฐ เ...

ไทย ถกสหรัฐ เร่งต่ออายุจีเอสพี-ขอปลดพ้นบัญชีประเทศ WL ด้านทรัพย์สินทางปัญญา

15.09.23 | 14:41 น.

ไทย ถกสหรัฐ เร่งต่ออายุจีเอสพี-ขอปลดพ้นบัญชีประเทศ WL ด้านทรัพย์สินทางปัญญา

วันที่ 15 กันยายน นายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสไทย-สหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐ (Trade and Investment Framework Agreement: TIFA) เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ณ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยมีนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม ฝ่ายสหรัฐ มีนางซาร่าห์ เบียนคิ รองผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา Ambassador Sarah Bianchi เป็นประธานเปิดการประชุม

นายรัชวิชญ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้กระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน หลังจากที่ไม่มีการประชุมมากว่า 4 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด โดยไทยได้ขอให้สหรัฐ เร่งรัดต่ออายุโครงการ GSP ซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อปี 2563 เพื่อให้ผู้ส่งออกสินค้าไทยและผู้นำเข้าสหรัฐ ยังคงได้รับประโยชน์และแต้มต่อจากโครงการนี้ ด้านสหรัฐ แจ้งว่า ยังอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมายต่ออายุโครงการ GSP ต่อรัฐสภาของสหรัฐ และอาจมีการปรับเพิ่มเงื่อนไขเรื่องการคุ้มครองแรงงาน สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และการต่อต้านทุจริต ไว้ในโครงการ GSP ที่จะต่ออายุใหม่

นอกจากนี้ ไทยได้ขอให้สหรัฐ พิจารณาถอดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Watch List: WL) เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมา ไทยมีพัฒนาการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ดีและเข้มข้นขึ้น รวมทั้งยังได้จัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งสหรัฐได้ตระหนักถึงพัฒนาการของไทยเป็นอย่างดี

“ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเพิ่มความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศที่สามแอบอ้างใช้แหล่งกำเนิดสินค้าจากไทย เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของสหรัฐ (anti-circumvention) และการปรับปรุงมาตรฐานการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งสหรัฐ เห็นถึงความพยายามของไทยในการยกระดับการคุ้มครองแรงงาน ผ่านการปรับปรุงกฎหมายด้านแรงงาน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำความเข้าใจระหว่างกันต่อไป” นายรัชวิชญ์ กล่าว

Advertisement

นายรัชวิชญ์ กล่าวว่า ช่วง 7 เดือนแรก 2566 การค้าระหว่างไทยและสหรัฐ มูลค่า 38,707.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสหรัฐ มูลค่า 26,905.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากสหรัฐ มูลค่า 11,801.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องโทรสาร และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์