CPN เขย่าสมรภูมิบ้านหรู สปีดรายได้ขายบ้าน-คอนโดฯ ทะยาน 1 หมื่นล้าน
ยังคงเร่งเครื่องปั๊มรายได้ “ธุรกิจที่อยู่อาศัย” อย่างเต็มสูบ แม้เพิ่งเข้าสู่สนามนี้เพียง 8 ปี แต่ดีกรี ชื่อชั้นของ “บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน)” หรือCPN ใต้ร่มเงา “ตระกูลจิราธิวัฒน์” ผู้บุกเบิกศูนย์การค้ามานานหลายทศวรรษ จึงไม่ยากจะไปสู่เป้าหมายรายได้ 10,000 ล้านในปี 2569
“วัลยา จิราธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า CPN เริ่มพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตั่งแต่ปี 2559 เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนทั้งเมืองหลัก เมืองรอง ครอบคลุมกว่า 18 จังหวัด สร้างย่าน สร้างเมือง สร้างชุมชน สังคม และสร้างประเทศอีกด้วย
“โครงการเรามีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งอยู่ในทุกย่าน ทุกเมือง อีกทั้งยังเชื่อมต่อธุรกิจของเครือ มีรีเทลเป็นหัวใจสำคัญ และบางทำเลยังเชื่อมโรงแรม อาคารสำนักงาน รวมกันเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครอบคลุม 360 องศา ตลอด 24 ชั่วโมง” วัลยากล่าว

“กรี เดชชัย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจที่อยู่อาศัยCPN กล่าวว่า นับจากปี 2559 ถึงปัจจุบันCPN ได้พัฒนาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 35 โครงการ ใน 18 จังหวัด ถึงสิ้นปี 2566 มีมูลค่าโครงการรวม 47,000 ล้านบาท มีโครงการที่ปิดการขายเสร็จแล้วกว่า 12 โครงการ ส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลไม่ไกลจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน หากเป็นคอนโดมิเนียมจะอยู่ติดห้าง หากเป็นบ้านจะอยู่ในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร
“กรี” ย้อนจุดเริ่มต้นโครงการแรกที่CPNพัฒนา ชื่อแบรนด์ “เอสเซ็นท์” คอนโดติดศูนย์การค้า จากวันนั้นมาถึงวันนี้ CPN มีทั้งหมด6 แบรนด์ ได้แก่ เอสเซ็นท์ คอนโดมิเนียมเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท, ฟีล คอนโดมิเนียมเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท,นิรติ บ้านเดี่ยวราคา 8-12 ล้านบาท ,นินญา บ้านเดี่ยวราคา 10-20 ล้านบาท, นิยาม บ้านเดี่ยวราคา 30-60 ล้านบาท
ล่าสุดบ้านนิรดาบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 20-30 ล้านบาท จะเป็นแบรนด์เรือธงแนวราบ เจาะตลาดลักชัวรี่ในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันสนใจจะพัฒนาโครงการบ้าน 100 ล้านบาท หากได้ทำเลที่เหมาะสม พร้อมเดินหน้าทันที

“กรี” ยังเผยว่าในปี 2566 เปิด 7 โครงการ มูลค่าโครงการ 9,900 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 3 โครงการเปิดขายที่เพชรบุรี บุรีรัมย์ บางนาและบ้าน 4 โครงการ มีบ้านนิรติ นครศรีธรรมราช และบ้านนิรดา แบรนด์ล่าสุดจะบุก 3 ทำเลที่พระราม 2 ,อุทยาน-อักษะกับเอกชัย-วงแหวน รวมมูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยแต่ละโครงการมีเนื้อที่ 30-40 ไร่ ขนาดพื้นที่ 70-100 ตารางวา และจำนวนกว่า 100 ยูนิต โดยวันที่ 7-8 ตุลาคมนี้ จะเปิดขายบ้านนิรดา พระราม2 เป็นโครงการแรก จากนั้นเดือนธันวาคมเปิดขายบ้านนิรดา อุทยาน-อักษะและบ้านนิรดา เอกชัย-วงแหวน
ส่วนคอนโดมิเนียมจะเปิดในครึ่งปีหลัง “กรี” ชี้เป้ามีโครงการเอสเซ็นท์ บุรีรัมย์ ติดศูนย์การค้าโรบินสัน เนื้อที่ 2-3 ไร่ สูงกว่า 20 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ขนาด 28-56 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2-4 ล้านบาท กว่า 300 ยูนิต มูลค่า 800 ล้านบาท เปิดขายเดือนตุลาคมนี้ ส่วนเอสเซ็นท์ บางนา ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา เนื้อที่ 2 ไร่ จำนวนกว่า 200 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 8-12 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท เปิดขายในเดือนธันวาคม 2566 นี้
“ปีนี้วางเป้าหมายรายได้ 5,500 ล้านบาท ถึงสิ้นเดือนสิงหาคมเรามีรายได้แล้ว 4,000 ล้านบาท ถึงสิ้นปีจะได้ตามเป้าและเป็นการเติบโตถึง 90% จากปี 2565 มีรายได้ 3,000 ล้านบาทและแตะ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2569” กรีกล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่า ช่วงไตรมาส4 เป็นฤดูการขาย ทางCPN นำบ้านและคอนโดพร้อมอยู่จำนวน 18 โครงการ จัดโปรโมชั่นพิเศษระหว่างวันที่ 14-17 กันยายนนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ลดราคาสูงสุด 6 ล้านบาท ตั้งเป้ามียอดขาย 250-500 ล้านบาท


