รอง ผบก.ป.ย้ำพยานหลายปากเห็นวินาทียิง ‘สารวัตรแบงค์’ แจง ผกก.พญาไท ให้การเป็นประโยชน์

17.09.23 | 13:58 น.

รองผู้บังคับการกองปราบปรามย้ำ มีพยานหลายปากให้การวินาทียิง ‘สารวัตรแบงค์’ ชัด อยู่ระหว่างพิจารณาหลักฐาน-คำให้การ ก่อนแจ้งข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพิ่ม พร้อมระบุ ‘ผกก.พญาไท’ ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีตั้งแต่วันแรก ไม่ได้บิดพลิ้ว พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เดินทางเข้ามาประชุม โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้ทีมของกองปราบเข้ามาทำการสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากตอนนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามโอนสำนวนทั้ง 2 เรื่อง คือ เรื่องคดีกำนันนกสั่งการให้ยิงสารวัตรแบงค์ และ เรื่องคดีทุจริตตำรวจทั้ง 6 นาย ไปที่กองปราบแล้ว หลังจากรับโอนสำนวนมา ขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในสำนวนว่าสำนวนเดิมดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ถ้าครบถ้วนถูกต้องแล้วก็ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม แต่หากยังไม่ครบถ้วนถูกต้อง เราก็จะต้องทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์

ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่นั้น พ.ต.อ.เอนกระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา ประกอบกับต้องดูพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และดูพฤติการณ์ต่างๆ ว่าแต่ละคนได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องนำข้อเท็จจริงมาพิจารณากัน ส่วนเรื่องตำรวจให้การไม่ตรงกันนั้น จะจริงหรือให้การเท็จต้องดูว่าในการสอบสวนครั้งแรกที่ตำรวจแต่ละนายให้การไว้นั้นได้ให้การไว้ครบถ้วนหรือไม่

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า บางกรณีอาจให้การไว้ในมุมที่เขารับรู้ แต่ภายหลังที่ได้สอบกันเพิ่มเติมเขาอาจให้การเพิ่มเติมขึ้นมา อย่างนี้เรียกว่า “ไม่ได้ให้ข้อมูลเท็จ” แต่ในบางรายก็มีให้การว่า “ไม่รู้ ไม่เห็นเลย” แต่ภายหลังบอกว่า “รู้เห็น” ขึ้นมา ซึ่งก็ต้องดูไปในแต่ละเรื่อง และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายให้การเท็จหรือไม่

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า กรณีของ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. หรือ ผู้กำกับเบิ้ม ที่เสียชีวิตไปแล้ว เข้าข่ายถูกดำเนินคดีข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ผู้กำกับเบิ้มได้ให้การกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนครปฐมไปแล้ว ซึ่งประเด็นการแจ้งข้อกล่าวหายังไม่มีข้อยุติว่าใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือ ม.157 เพราะขณะนี้ต้องดูข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและพฤติการณ์ของพยานที่เกี่ยวข้องรู้เห็น ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าใครเข้าข่ายข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่บ้าง ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และจะต้องแบ่งตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทั้งตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ 2 นาย ถือเป็นผู้เสียหายในทางคดี กับอีกส่วนหนึ่งคือตำรวจที่ช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่งถูกดำเนินคดีไปแล้ว 6 นาย และอีกส่วนที่เหลือก็ต้องดูว่าพฤติการณ์เป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิด หรือจากคำให้การพยานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

Advertisement

รอง ผบก.ป.กล่าวว่า ส่วน พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท ต้องดูข้อมูลอย่างละเอียดด้วยเช่นกัน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ยืนยันว่าทีมพนักงานสอบสวนทำงานอย่างละเอียดและพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะเดียวกันมีข้อมูลคำให้การของ ผกก.สน.พญาไท อ้างว่าในช่วงเกิดเหตุ เป็นคนสั่งให้ลูกน้องให้การช่วยเหลือ สารวัตรแบงค์ และ รองผู้กำกับวศิน เรื่องนี้ก็ต้องดูว่าคนที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลยืนยันในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะในสิ่งที่แต่ละคนให้การไม่ว่าจะจริง หรือเท็จต้องอยู่ในเรื่องของพยานวัตถุกล้องวงจรปิดด้วยเช่นกันว่าให้การไปแล้วสามารถรับฟังได้หรือไม่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเรื่องนี้ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เพราะอยู่ในสำนวน จึงขอสงวนไว้

เมื่อถามว่า ผกก.สน.พญาไทเรียกว่าแถซ้ำซากหรือไม่ พ.ต.อ.เอนกระบุว่า ยังเรียกอย่างนั้นไม่ได้ เพราะถือว่าเขาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่ที่ สภ.เมืองนครปฐม และในขั้นตอนที่กองปราบได้ทำการสอบสวน ซึ่งไม่ได้บิดพลิ้ว หรือให้การว่าไม่รู้ไม่เห็น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนคดียิง “สารวัตรแบงค์” พ.ต.อ.เอนกยืนยันว่า มีพยานหลายปากเห็นในวินาทียิงทั้ง 2 ส่วน ทั้งในส่วนโต๊ะของกำนันนกที่นั่งอยู่ หรือโต๊ะวีไอพีก็ตาม ซึ่งมีความชัดเจนในส่วนของคดียิงแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง