หน้าแรก เศรษฐกิจ สแตนดาร์ดชาร์...

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชี้ศก.ไทยครึ่งปีหลัง โอกาสโต 4.3% จากแรงกระตุ้นรบ.ใหม่

18.09.23 | 13:48 น.

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชี้ศก.ไทยครึ่งปีหลัง โอกาสโต 4.3% จากแรงกระตุ้นรบ.ใหม่ ห่วงคงดอกเบี้ยสูงกดเงินเฟ้อ

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ธนาคารคาดช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 เศรษฐกิจไทย เติบโต 4.3% เนื่องจากภาพรวมด้านการเมืองมีความชัดเจนขึ้น ประกอบกับนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายและนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปอย่างน้อยถึงสิ้นปี 2568 โดยอาจมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเป็นตัวแปร

“โดยเศรษฐกิจไทยตอนนี้ยังคงอยู่ในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว และที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ตอนนี้ได้รัฐบาลใหม่แล้ว คาดว่าการบริโภคภายในประเทศจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามมาด้วยการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวที่เร่งตัวขึ้น”นายทิม กล่าว

นายทิม กล่าวว่า ช่วง 8 เดือนแรก 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยกว่า 17.5 ล้านคน โดยเฉลี่ยมีการเดินทางเข้ามาเดือนละ 2.2 ล้านคน เนื่องจากกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ธนาคาร คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 3 ล้านคน ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนนี้ ทำให้ทั้งปี 2566 น่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยประมาณ 30 ล้านคน ทั้งนี้ ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวเคยอยู่ในระดับเกือบ 40 ล้านคนในปี 2562

“ภาพรวมเศรษฐกิจโลกคงมีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ ธนาคารจึงปรับลดคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดจาก 3.6% มาอยู่ที่1.5% ของจีดีพี การขาดดุลปีงบประมาณคาดว่าอยู่ที่ 4% ต่อจีดีพี ในปี 2567 จาก 3.8% ต่อจีดีพี ในปี 2566 ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 น่าจะล่าช้า ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้จะมีทิศทางอย่างไร จะยังคงเป็นสิ่งที่ต้องมีการติดตามดู” นายทิม กล่าว

Advertisement

นายทิม กล่าวต่อว่า สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของประเทศ ธนาคารปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2566 ลงจาก 4.2 % มาอยู่ที่ 3.3% คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตที่ 4.2% ในปี 2567 จากเดิมที่คาดไว้ที่ 4.5 % ด้วยเหตุนี้จึงมีการปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1.3% จากเดิมที่คาดไว้ 1.7% คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 1.5% ในปี 2567 จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.3% ขณะที่คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2566 ที่ 1.4% อย่างไรก็ตาม ธนาคารคาดว่า เงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้นในปี 2567

“การค่อยๆ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการคลังและเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ในระดับต่ำในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ยังไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ดังนั้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ถึงกระนั้น อาจจะมีการกลับมาพูดถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ นโยบายการคลังและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ชัดเจนกว่านี้น่าจะทำให้เห็นความชัดเจนในทิศทางดอกเบี้ยนโยบายยิ่งขึ้น ” ” นายทิม กล่าว