‘คมนาคม’ จ่อเสนอนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เข้า ครม.ภายใน ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่กระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ร่วมกับผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องนโยบายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-ตลิ่งชัน และสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ 20 บาทตลอดสาย โดยเน้นย้ำการดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย เบื้องต้นไม่มีข้อกฎหมายใดติดขัดในการดำเนินการ แต่อาจมีเรื่องทางเทคนิคที่ต้องไปดำเนินงานให้เรียบร้อยเกี่ยวกับระบบการจัดเก็บค่าโดยสารว่าจะใช้บัตรใดในการจ่ายค่าโดยสาร ทั้งนี้ ต้องให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด
นายชยธรรม์กล่าวว่า ในส่วนของสายสีแดงจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. วันที่ 21 กันยายน ส่วนสายสีม่วงนั้นที่ประชุมบอร์ด รฟม.จะพิจารณาอนุมัติในหลักการวันที่ 28 กันยายน จากนั้นทั้ง 2 หน่วยงานจะสรุปเรื่องเสนอมายังกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะสามารถนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในการประชุมเดือนตุลาคม 2566 หลังจากนั้นประชาชนน่าจะได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสารสีแดงและสีม่วงในราคา 20 บาทตลอดสายได้ในช่วงปีใหม่ 2567 ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตั้งเป้าหมายไว้
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า เบื้องต้นในที่ประชุมได้มีการหารือถึงข้อกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. … ,พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.),พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ฯลฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการดำเนินการ
รายงานข่าวระบุอีกว่า ส่วนการแบ่งค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายของรถไฟสายสีแดง และรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีเงื่อนไขว่าระหว่างการเดินทาง หากประชาชนขึ้นรถไฟฟ้าสายใดเป็นสายแรก ผู้เป็นเจ้าของโครงการจะเป็นผู้เก็บค่าแรกเข้าค่าโดยสาร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนสถานีของผู้โดยสารที่ใช้บริการด้วย โดยจะเก็บค่าโดยสารสูงสุดอยู่ที่ 20 บาทตลอดสาย อาทิ กรณีที่ประชาชนเดินทางขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่สถานีเตาปูนเพื่อไปรถไฟสายสีแดงที่สถานีบางซื่อ จะถูกเก็บค่าแรกเข้าเพียง 16 บาท ซึ่งมีส่วนต่างอยู่ที่ 4 บาท ต่ำกว่าราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ทำให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าโดยสารจากการเดินทางได้
ทั้งนี้ จากผลศึกษานโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย พบว่าจะสูญเสีบรายได้ และรัฐต้องสนับสนุนรวม 136 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็น รถไฟฟ้าสายสีแดง 80 ล้านบาทต่อปี และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 56 ล้านบาทต่อปี แต่การลดค่าโดยสารจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นและทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นปีละ 10% คาดการณ์ว่าเมื่อดำเนินนโยบายถึง 2.8 ปี จะทำให้รถไฟฟ้าทั้ง 2 สายมีรายได้กลับมาเท่าเดิม โดยรัฐไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย
รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ การชดเชยรายได้ให้แก่ รฟท.และ รฟม.จากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรถไฟสายสีแดง ช่วงรังสิต-ตลิ่งชัน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ พบว่า ปัจจุบัน รฟท.มีหนี้ประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่ง รฟท.จะต้องขอเงินอุดหนุนจากภาครัฐ (พีเอสโอ) จำนวน 80 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ รฟม.จะนำส่วนแบ่งรายได้จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมาชดเชยเงินที่ขาดหายจากนโยบายดังกล่าว จำนวน 56 ล้านบาทต่อปี

