‘อสังหา’ หนุนแจกเงินหมื่น อ้อนรัฐอัดมาตรการ ลดภาษีบ้านหลังแรก เลิกLTV ปลดล็อกต่างชาติซื้อ
วันที่ 19 กันยายน นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในไตรมาส3และไตรมาส4 จะเป็นช่วงไฮซีซั่น มีการบูสต์การท่องเที่ยวเต็มที่ ตอนนี้มีรัฐบาลแล้วและเห็นการขับเคลื่อนนโยบายมากมาย แต่ยังเป็นมาตรการที่ยังไม่ได้ใช้เงินงบประมาณรัฐบาล เป็นมาตรการใช้แรงจากภาคเอกชนและใช้เม็ดเงินข้างนอก เช่น ลดราคาน้ำมัน ค่าไฟ ค่าแรงขั้นต่ำ
“ครึ่งปีหลังน่าจะเห็นอีกหลายมาตรการออกมาเพิ่มแรงขับเคลื่อน ส่วนโมเมนตัมที่มีต่อก็หวังเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะแจกไตรมาส1 ปี2567 และใช้ใน 6 เดือน จะมีโมเมนตัมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างน้อยถึงกลางปี 2567 ซึ่งหากมีเงินหมุนในเศรษฐกิจ 1 รอบ ถึง 1 รอบครึ่งถือว่าน่าจะเพียงพอ ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ย น่าจะต้องหยุดขึ้นแล้ว เมื่อเศรษฐกิจดี อสังหาฯจะดีไปด้วย”นายเทิดศักดิ์กล่าว
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ไม่ได้เป็นปีที่ดีนักในครึ่งปีแรก ฟื้นตัวช้า อึมครึม แต่เริ่มเห็นแสงสว่างหลังได้รัฐบาลและน่าจะคาดหวังได้ เพราะรัฐบาลก็ต้องการสร้างผลงานให้ดีที่สุด ซึ่งประเทศเองก็ต้องการการกระตุ้นเชิงเศรษฐกิจ คิดว่าในไตรมาส4 จะเริ่มเห็นผลการกระตุ้นของภาครัฐ และคาดหวังไตรมาส1 ปี 2567 เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นอีกทฤษฎีหนึ่งซึ่งเป็นการกระตุ้นโดยใช้เฮลิคอปเตอร์มันนี่ โปรยไปทั่วฟ้า เพื่อให้เมล็ดพันธ์มันงอก ส่วนจะงอก 2 เท่า 3 เท่า ต้องมาดูรายละเอียดต่อไป

“ส่วนตัวขอแชร์ว่า ถ้าอยากให้มีการใช้เงินหมุนรอบเยอะๆ คงต้องกำหนดวิธีการใช้เงิน เช่น ใช้ในประเทศด้านท่องเที่ยว อาหารการกิน เงินจะอยู่ในไทย 100% ดีกว่าให้ไปซื้ออย่างอื่น หรืออาจมีเงื่อนไขการใช้โดยเพิ่มแวลู ใช้ 10,000 บาท ซื้อของที่ใหญ่ขึ้น เช่น แพ็กเกจทัวร์ และนำไปลดภาษี จะทำให้เงินหมุนหลายรอบ เชื่อว่าทีมรัฐบาลน่าจะคิดเรื่องนี้อยู่ โดยส่วนตัวมองว่านโยบายนี้มีประโยชน์ หลายประเทศก็ใช้ แต่ต้องกำหนดเงื่อนไข เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ”นายพีระพงศ์กล่าว
นายพีระพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมาจากภาคอสังหาฯเชื่อว่าคงจะมีวิธีการที่จะกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำ สร้างเอฟเฟ็กต์ได้หลายรอบ เพราะใช้สินค้าในประเทศทั้งหมด จึงอยากฝากรัฐบาลใหม่ให้ช่วยพิจารณาใน 4 เรื่องเพื่อกระตุ้นตลาดในปีนี้และปีหน้า
ประกอบด้วย 1.ให้วัยเริ่มต้นทำงานหรือคนไม่มีโอกาสมีบ้าน ให้สามารถซื้อบ้านหลังแรกได้ในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้คล้ายกับโครงการถคันแรก ถ้าออกมาปลายปีนี้ ปีหน้าเห็นผลทางเศรษฐกิจทันที 2.ขอผ่อนปรนมาตรการ LTV อีก 2 ปี ถึงปี 2568 สำหรับซื้อบ้านหลังที่2และหลังที่3 ยังมีเรียลดีมานด์ เพราะปัจจุบันไม่มีซื้อเพื่อการเก็งกำไรแล้ว
3.ให้มิดเทอมวีซ่าต่างชาติอยู่ในประเทศไทยได้ 3- 5 ปี เมื่อซื้อคอนโดราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาไม่กระทบคนไทย 4.ให้ต่างชาติซื้อบ้านพร้อมที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ ในโครงการจัดสรรได้โดยไม่กระทบต่อคนไทย โดยกำหนดให้ซื้อได้ไม่เกิน 25% และกำหนดราคาขายสูงกว่าคนไทย 10% และกำหนดกรุงเทพฯต้องซื้อราคามากกว่า 10 ล้านบาท และต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อให้ซื้อได้ถูกต้อง ไม่ต้องใช้นอมินีเหมือนในปัจจุบัน

“อสังหาฯถือเป็นอีกธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งการเปิดรับต่างชาติ เพื่อต้องการเม็ดเงินใหม่ เพราะเศรษฐกิจเมืองไทยไม่ได้ดีด้วยตัวของตัวเอง เรายังไม่มีนวัตกรรม ซึ่งคนอาจจะกลัวหรือไม่เห็นด้วยเรื่องธุรกิจสีเทา เงินสรเทา ผมก็ไม่เห็นด้วย แต่เราต้องมีวิธีการบริหารจัดการ อะไรที่กระทบคนไทยต้องบริหารจัดการให้ได้”นายพีระพงศ์กล่าว
นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ครึ่งปีแรกตลาดอสังหาฯชะลอตัวทั้งยอดขายและโอน เพราะคนชะลอการตัดสินใจซื้อ ขณะที่บ้านเดี่ยวราคาเกิน 10 ล้านบาทก็ชะลอตัว หลังตลาดแข่งขันกันสูงมาก ทั้งนี้ปัจจัยลบยังคงอยู่ทั้งอัตราดอกเบี้ย มาตรการLTV แต่กำลังซื้อเริ่มกลับมาหลังรัฐบาลทยอยอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ จะส่งผลมายังอสังหาฯดีตามไปด้วย
นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด กล่าวว่า ตลาดซื้อขายที่อยู่อาศัยซึม เพราะคนกังวลเรื่องดอกเบี้ย ค่างวดผ่อน แต่ตลาดเช่าทั้งราคาและดีมานด์เติบโตสูง หลังโควิดคนมองหาที่อยู่อาศัยในเมืองใกล้ที่ทำงาน ทำให้ตลาดคอนโดฯให้เช่าบูมมาก

