‘ธรรมนัส’ ชี้ได้งบจัดพืชสวนโลกแค่ 130 ล. แทบทำอะไรไม่ได้แต่ไม่ขอเพิ่ม เล็งปรับโครงสร้างใหม่ให้งานเดินหน้า
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานแถลงผลงานกรมวิชาการเกษตร 2566 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการวิจัย มุ่งสู่เศรษฐกิจใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ว่า กรมวิชาการเกษตร ถือเป็นหน่วยงานนำทางในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยในยุคที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จึงเน้นย้ำให้นำผลงานวิชาการที่กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาขึ้น ในฐานะผู้นำในการพัฒนาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปต่อยอด ใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง สร้างคุณค่าให้กับองค์กรให้เติบโต เข้มแข็งขึ้น ภายใต้นโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับการพัฒนาการเกษตรของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ และยั่งยืนต่อไป
“กรมวิชาการเกษตร ถือเป็นมันสมองของกระทรวงฯ ทำหน้าที่ในการศึกษาวิจัยในเรื่องต่างๆ อาทิ สภาพการแปรปรวนทางภูมิอากาศ และโรคในพืชผลการเกษตร ซึ่งทุกการวิจัยได้มีการนำไปใช้จริงไม่ใช่เก็บไว้ในลิ้นชัก ดังนั้น หลังจากนี้กรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องประสานงานกับแต่ละกรมให้มากขึ้น นำการวิจัยไปปรับใช้เพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรต่อไปอีกด้วย” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนเรื่องงบประมาณในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานีนั้น เบื้องต้นได้รับการรายงานจากกรมวิชาการเกษตรแล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดก่อน ได้มีการอนุมัติงบประมาณ เพื่อใช้ในงานพืชสวนโลก ประมาณ 2.5 พันล้านบาท ซึ่งในส่วนของกรมวิชาการเกษตร ได้รับงบประมาณจากจำนวนดังกล่าวเพียง 130 ล้านบาท สำหรับการเตรียมภาคเกษตร นอกจากนั้น เป็นการนำไปใช้ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ซึ่งในมุมมองของกระทรวงเกษตรฯ เป็นห่วงเรื่องนี้มาก เพราะวัตถุประสงค์ เราต้องการจัดแสดงผลงานทางด้านการเกษตร ในส่วนของงบประมาณจำนวนดังกล่าวที่กรมฯ ได้รับการจัดสรรมา แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย หลังจากนี้ จึงต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการของบประมาณเพิ่มแน่นอน และอาจจะต้องนำงบประมาณบางส่วนจาก 2.5 พันล้านบาท ไปปรับปรุงซ่อมแซมที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเปิดให้เข้าชมพร้อมๆ กับที่อุดรธานีอีกด้วย
“ในเรื่องของการปรับโครงสร้างงบประมาณใหม่นั้น ได้มอบหมายให้นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ไปจัดทำข้อมูล เพื่อให้ได้ตัวเลขงบประมาณที่เหมาะสมกับกรมฯ ต่อไป” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

