หนี้ครัวเรือน-อีวี-น้ำมันแพง กดยอดขายรถ 8 เดือน ร่วง 6% ส.อ.ท.วอนเพิ่มกำลังซื้อ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมรถยนต์คาดหวังรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนเพิ่มเติม จากการลดค่าครองชีพลดค่าไฟค่าน้ำมันที่ดำเนินการแล้วและเป็นเรื่องดี เพราะขณะนี้สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมไม่ดีนัก เพราะสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และบางส่วนหันไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) แทนโดยแรงกระตุ้นหนึ่งมาจากมาตรการอีวี 3.0 ที่ให้ส่วนลดสูงสุด 150,000 บาทต่อคัน แต่อีวีส่วนใหญ่เกือบ 100% นำเข้า ผลิตในไทยเพียง 100 กว่าคัน และผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นโดยแก๊สโซฮอล์95 ทะลุ 40 บาทต่อลิตร
ล่าสุดสัดส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนสิงหาคม 2566 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.20% โดยยอดขายรถกระบะลดลงมากที่สุด 36.3% ส่วน 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม 2566) ปีนี้มีสัดส่วน 42.23% ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.25%
นายสุรพงษ์กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวคาดว่า จะทำให้การผลิตรถยนต์สำเร็จรูปรวมทุกประเภทปีนี้อาจไม่ถึงเป้าหมาย 1,900,000 คัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 850,000 คัน ผลิตเพื่อส่งออก 1,050,000 คัน โดยยอดขายในประเทศอาจไม่ถึงเป้า ขณะที่การส่งออกยังเติบโตดี โดยจะพิจารณาภายในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่เดือนสิงหาคม ผลิต 150,657 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.27% ขณะที่ 8 เดือนแรกอยู่ที่ 1,221,878 คันยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.13% โดยการผลิตเดือนที่เหลือของปีต้องอยู่เฉลี่ยเดือนละ 150,657 คันจึงจะคงเป้าหมายได้
สำหรับสถานการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตดี คาดว่าทั้งปีจะมียอดจดทะเบียนป้ายแดงถึง 60,000-70,000 คัน จากเป้าหมาย 40,000 คัน ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งประกาศมาตรการอีวี 3.5 เพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งผู้ใช้รถ การลงทุนโรงงาน และผลิตแบตเตอรี่อีวี ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องจากมาตรการ 3.0 ที่จะสิ้นสุด 31 ธันวาคมนี้

