‘ภูมิธรรม’ สั่งพณ.ส่งแผนใช้งบ ปี 67-68 ถกบิ๊กคอนซูเมอร์ลดราคาสินค้า ดีเดย์ ต.ค.นี้ คาดชงตั้งซี 10 เข้า ครม.26 ก.ย.
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่กระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือและมอบนโยบายกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ว่า ตนได้มอบนโยบายข้าราชการ ว่า สิ่งที่ไม่ต้องกังวลคือ จะไม่พยายามแต่งตังโยกย้ายมากเกินความจำเป็น โดยส่วนตัวยังรู้จักข้าราชการกระทวงพาณิชย์น้อย การจะตั้งอะไรก็ฟังจากเหตุผล ข่าวลือต่างๆ นานาไม่ต้องสนใจ ตนเชื่อในความมืออาชีพของข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ และจะให้เวลาในการทำความรู้จักกันมากขึ้นขึ้น
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนอยากเห็นนโยบายให้ไว้เป็นรูปธรรม ซึ่งอยากให้มีการเตรียมแผนการดำเนินงานรับ ทั้ง กรอบเวลาในการดำเนินการตามนโยบาย งบประมาณ บุคลากร และแนงทางในการประเมินผลสัมฤทธิ์ และอยากให้เตรียมแผนงานปี 2568 ให้มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งกระบวนการ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็ว
“ส่วนเรื่องบุคลากรไม่ต้องกังวล โดยเฉพาะการซื้อขายตำแหน่งจะไม่มีอย่างแน่นอน การแต่งตั้งโยกย้ายผม จะดูจากการทำงาน โดยกระทรวงพาณิชย์มีผู้บริหารระดับซี 10 ว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง ซึ่งจะพยายามเสนอชื่อผู้เหมาะสมให้ ครม.พิจารณาภายในวันที่ 26 ก.ย. แต่ก่อนหน้านั้นอาจมีการโยกย้ายบางตำแหน่งเพื่อความเหมาะสม” นายภูมิธรรมกล่าว
รัฐมนตรีว่าการพณ. กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วน อยากเห็นแอคชั่นแพลน กรมที่เกี่ยวข้องจะมีการทำแอ๊กชั่นแพลนที่เป็นรูปธรรม โดยจะต้องเห็นภาพว่า การดำเนินการสามารถรองรับนโยบายรัฐบาลได้อย่างไร ทั้งเรื่องการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดการกำลังคน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 ตุลาคมทุกอย่างต้องเสร็จ อยากฟังว่างบประมาณแต่ละหน่วยจะใช้อย่างไร คาดการณ์เท่าไหร่ ที่เหลือจะทำอย่างไร และงานอะไรที่จะทำจากนี้ ต้องคิดถึงข้างหน้างบปี 2568 ที่จะเกิดต้นปี 67 ต้องคิดโครงการที่มีเป้าหมายรูปธรรมชัดเจน“ นายภูมิธรรมกล่าวว่า
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ยังอยากให้ไปดูเรื่องข้อมูลตัวเลข ซึ่งพณ.มีข้อมูลค่อนข้างมาก แต่ประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี อาจยังไม่มีความเข้าใจ ดังนั้น จึงอยากให้พณ.ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลที่มีไปใช้ประโยชน์ในเรื่องการลงทุน ส่วนการเข้าไปดูแลองค์การคลังสินค้า (อคส.) เท่าที่ทราบ อคส. มีปัญหาค่อนข้างมาก ดังนั้นคงต้องไปทำความเข้าใจ เข้าไปดูรายละเอียดว่ามีคดีค้างคาเท่าไร ส่วนที่มีมาตรการการลดราคาสินค้าหลังจากรัฐบาลมีมาตรการลดค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันดีเซล นั้นอาจเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน เพราะสิ่งที่มอบหมายคือ ให้ พณ.ไปดูเรื่องโครงสร้างต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน 20 รายการ ว่าจะสามารถดำเนินการ ลดราคาสินค้ารายการใดได้บ้าง สัปดาห์หน้าจะประชุมหารือกับผู้ผลิตผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้มาดูถึงต้นทุน และหารือว่าอะไรที่เขาลดลงได้ อะไรที่เขาจะมาช่วยให้เกิดการลดราคาหรือลดภาระประชาชน ซึ่งต้นเดือนตุลาคมจะชัดเจนว่า สินค้าใดสามารถลดราคาลงได้ อะไรที่ต้องรอ ทั้งนี้ จะดูแลให้มีความยุติธรรมกับทุกฝ่าย

