หน้าแรก เศรษฐกิจ กรอ. อัด 60 ล...

กรอ. อัด 60 ล้าน สางปมกากของเสีย ‘แวกซ์ กาเบ็จ’ ราชบุรี เฟสแรก 1.2 หมื่นล้านตัน

22.09.23 | 10:04 น.

กรอ. อัด 60 ล้าน สางปมกากของเสีย ‘แวกซ์ กาเบ็จ’ ราชบุรี เฟสแรก 1.2 หมื่นล้านตัน

นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรอ. เดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากกลิ่นเหม็นสารเคมีฟุ้งกระจาย รวมถึงปัญหาการปนเปื้อนน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการประกอบกิจการโรงงานคัดแยกและรีไซเคิลของเสียอุตสาหกรรมของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด บนพื้นที่มากกว่า 54 ไร่ ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 8 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โดยที่ผ่านมา กรอ. ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ใช้ข้อกฎหมายเข้าสั่งการให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงาน พร้อมเร่งรัดนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ออกไปกำจัด/บำบัดตามหลักวิชาการ เพื่อลดการแพร่กระจายของมลพิษ รวมทั้งบรรเทาความรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ของประชาชน

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนด ทำให้ กรอ. ต้องเข้าดำเนินการแทน ด้วยงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ได้รับการจัดสรร จำนวนกว่า 60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 ตามความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี จัดทำเป็น “ราชบุรีโมเดล” โดยดำเนินโครงการจ้างเหมาบริการกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด และพื้นที่ของ นายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ผ่านวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการในนาม กรอ. เป็นระยะเวลา 210 วัน กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 29 มีนาคม 2567

นายจุลพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการระยะที่ 1 กำจัดของเสียที่ตกค้างบนดินทั้งในและนอกโรงงาน ซึ่งเป็นส่วนที่อันตรายและมีความเร่งด่วนมากที่สุดก่อน โดยจะดำเนินการตรวจสอบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และของเสียเคมีวัตถุตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย รวมจำนวนกว่า 12,000 ตัน เบื้องต้นประเมินว่ามีของตกค้าง อาทิ ถังเปล่า ตัวทำละลายใช้แล้ว น้ำมันปนเปื้อน น้ำปนเปื้อน กากสี เศษผ้าปนเปื้อน ผงเหล็ก วัสดุดูดซับ ตะกอนน้ำมัน ตลอดจนของเสียตกค้างในบ่อกักเก็บจำนวนมาก และนำไปกำจัด/บำบัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการตามกฎหมาย พร้อมค้นหาจุดที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ใต้ดินภายในโรงงาน ระยะที่ 2 จะเป็นการกำจัดแหล่งกำเนิดมลพิษใต้ดินที่แพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยหลังเสร็จระยะที่ 2 กรอ.จะฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากบริษัทฯ และนายสมพงษ์ฯ ต่อไป

Advertisement

“กรอ. ใช้ทุกข้อกฎหมายทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ครบถ้วน และโปร่งใส ตลอดจนขับเคลื่อนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะยก “ราชบุรีโมเดล” เป็นต้นแบบบริหารจัดการปัญหา ซึ่งจะได้นำไปใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ขอให้มั่นใจในความรับผิดชอบที่ทุกภาคส่วนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดความเดือดร้อนเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และประชาชนในพื้นที่ให้รวดเร็วที่สุด” อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวปิดท้าย