ธอส. เผยฉลองครบรอบ 70 ปี ปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 66 กว่า 1.62 แสนล้านบาท หรือ 70%ของเป้า พร้อมออกสินบ้านใหม่ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.70% ต่อปี
เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคารและรักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีในวันที่ 24 กันยายน 2566 นี้ และสนับสนุนนโยบายรัฐเพื่อทำให้คนไทยมีบ้าน ปัจจุบันธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 1.62 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 70% ของเป้าหมายสินเชื่อในปีนี้ที่ตั้งไว้ 2.35 แสนล้านบาท และยังมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.65 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
นายกฤษณ์ กล่าวว่า ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ปี 2566 นี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีบัญชีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 4.31% โดยยังคงอยู่ในระดับ 4% ซึ่งยังไม่น่ากังวลเพราะที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้เอ็นพีแอลไปแล้วกว่า 1.7 แสนล้านบาท นอกจากนี้ธอส.ยังตั้งสำรองหนี้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ 1.40 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อเอ็นพีแอล ที่ 197.12% และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 15.18%

นายกฤษณ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตอนนี้เรามีรัฐบาลใหม่ ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ประกอบกับการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทั้งลดค่าพลังงาน มีส่วนช่วยทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยขยายตัว เพราะหากเศรษฐกิจดี คนก็จะกล้ากู้ซื้อบ้านหรือใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นนั้นมองว่าไม่ส่งต่อจำนวนผู้กู้ และคาดว่าธอส.ปีนี้จะปล่อยสินเชื่อได้ตามยอดที่ตั้งเป้าไว้ ขณะเดียวกันธอส.จะตรึงดอกเบี้ยให้ได้นานที่สุด
นายกฤษณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 70 ปี และช่วยให้คนไทยมีบ้านตามนโยบายรัฐบาล ธอส.ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้าน 70 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่นาน 3 ปีแรก โดยเดือนที่ 1-6 เท่ากับ 0.70% ต่อปี เดือนที่ 7-24 อยู่ที่ 2.70% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.70% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่กู้เพื่อปลูกเอง ต่อเติมกรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อน 3,500 บาทนานถึง 2 ปี มีลูกค้ายื่นขอสินเชื่อแล้ว 5,555.76 ล้านบาท และยังได้ออกเงินฝากออมทรัพย์ครบรอบ 70 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 7.70% ต่อปี โดยแค่เปิดบัญชีเงินฝากขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน – 31 ตุลาคม 2566 ที่สาขาธนาคารทั่วประเทศจะได้รับอัตราดอกเบี้ย 7.70% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยรวมสูงถึง 2.43-2.53% ต่อปี


