DGA อัพเดต “รัฐบาลดิจิทัล” คุ้มค่าทางเศรษฐกิจกว่า 8 พันล้าน มุ่ง “Smart Nation Smart Life”

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ( DGA) เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจหลักของ DGA ในช่วงปี 2566 กับผลงานการดำเนินงานที่สำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในระดับ Government to Citizens (G2C) Government to Business (G2B) และ Government to Government (G2G) เพื่อให้ครบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่ม โดยรัฐบาลดิจิทัลของไทย มุ่งเป้ายกระดับงานบริการ ทั่วประเทศให้เป็นดิจิทัล พร้อมขยายบริการรัฐบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย สามารถรับบริการภาครัฐได้ แฮบปี้ คนไทยตื่นตัวการใช้บริการรัฐผ่านแอพพลิเคชัน และใช้บริการดิจิทัลภาครัฐกว่า 4 ร้อยล้านครั้ง ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กว่า 8 พันล้านบาท

ดร.สุพจน์กล่าวว่า ในระดับ Government to Citizens (G2C) หรือ ระหว่างรัฐกับประชาชน DGA ได้เชื่อมโยงบริการภาครัฐกว่า 112 บริการ เพื่อให้บริการประชาชนผ่านแอพพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเสมือน SUPER APP ของภาครัฐที่รวมการให้บริการจากทุกหน่วยงานรัฐที่ช่วยแก้ปัญหาประชาชน ปัจจุบันมีบริการแล้วกว่า 112 บริการ ยอดการใช้งานสะสมกว่า 7.5 ล้านครั้ง มียอดดาวน์โหลดถึง 607,041 ครั้ง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนรับบริการรัฐได้ผ่านช่องทางเดียว ง่าย จบ ครบทุกช่วงวัย ลดความยุ่งยากในการใช้บริการกับหน่วยงานรัฐแบบเดิม มีเป้าหมายว่าในปี 2567 จะเพิ่มบริการที่สำคัญ เช่น เช็คสอบภาษีที่ดินส่วนบุคคล ข้อมูลประกัน Life / Non-Life ส่วนบุคคล และบริการชำระดอกเบี้ย (รับจำนำ)

ดร.สุพจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังยกระดับ “ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th)” ให้มีชุดข้อมูลเปิดที่มีคุณภาพและตรงต่อความต้องการของประชาชน และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในอนาคต ปัจจุบันมีชุดข้อมูลเปิด 10,226 ชุดข้อมูล และมีผู้ใช้บริการ 3,871,796 คน และคาดว่าในปี 2567 จะเพิ่มให้เกิดการแลกเปลี่ยนใช้ประโยชน์ข้อมูลระหว่าง รัฐ-เอกชน-นานาชาติ

“นอกจากนั้น ยังมีโครงการ Digital Transcript หรือทรานสคริปต์ในรูปแบบดิจิทัล เพิ่มความสะดวกให้กับนักศึกษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดภาระงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสาร รวมถึงลดงบประมาณของมหาวิทยาลัยในการออกเอกสาร มีจำนวนการผลิตแล้วกว่า 1 ล้านใบ ใน 82 มหาวิทยาลัยที่ให้บริการทั่วประเทศ”ดร.สุพจน์กล่าว

Advertisement

ดร.สุพจน์กล่าวว่า ด้านของความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม DGA ได้สร้าง “ระบบกลางทางกฎหมาย” (law.go.th) ที่ช่วยสนับสนุนให้ภาครัฐสามารถเปิดรับความคิดเห็นจากภาคประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินงานการจัดทำร่างกฎหมายต่างๆ ไปจนถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เพื่อให้ทันสมัยและตรงกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น มีกฎหมายที่เปิดรับฟังความเห็นแล้ว 1,091 ฉบับ และมีความเห็น 191,683 ครั้ง

ดร.สุพจน์กล่าวว่า นอกจากนั้นยังพัฒนา ภาษีไปไหน ซึ่งเป็นระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ ผ่าน govspending.data.go.th เป็นการเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่นำเสนอเป็นภาพรวมสถิติในรูปแบบ Dashboard การจัดอันดับ Ranking ข้อมูล และการแสดงข้อมูลในแผนที่ประเทศไทยรูปแบบง่ายๆ พร้อมมีช่องทางให้ประชาชนร่วมเป็นพลังสำคัญในการติดตามตรวจสอบและต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งมีโครงการที่เปิดเผยแล้ว 16,187,604 โครงการ

ดร.สุพจน์กล่าวว่า ภาคของ Government to Business (G2B) หรือ ระหว่างรัฐกับภาคธุรกิจ ให้บริการ Biz Portal ผ่าน bizportal.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกกับ SME ให้ติดต่อยื่นคำขอใบอนุญาตจากภาครัฐได้กว่า 124 บริการ /ใบอนุญาต โดยมีผู้ประกอบการที่ใช้งานแล้ว 15,881 ราย ช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องง่ายขึ้น เว็บเดียวจบครบเครื่องธุรกิจ นอกจากนั้นยังจัดตั้งศูนย์รวมผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อหน่วยงานภาครัฐ (Me-D e-Marketplace) ที่รวบรวมรายการผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเป็นตัวเลือกการสรรหาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปัจจุบันมีรายการผู้ประกอบการแล้ว 595 ผู้ประกอบการ

ดร.สุพจน์กล่าวว่า สำหรับในส่วนของ Government to Government (G2G) หรือ ระหว่างรัฐกับรัฐ ทาง DGA มุ่งเน้นการสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐกับรัฐ เช่น ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Exchange: GDX) เพื่อเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานรัฐ บนช่องทางการสื่อสารที่มีความปลอดภัย ปัจจุบันมีการเชื่อมโยงแล้ว 13 หน่วยงาน 74 API ข้อมูลบริการ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปแล้ว 133.44 ล้านครั้ง

ดร.สุพจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้กับบุคลากรภาครัฐ โดยการจัดตั้ง TDGA (สถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล) เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐให้มีความพร้อมในทักษะทางด้านดิจิทัลในการขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ได้ให้การอบรมบุคลากรภาครัฐไปแล้วกว่า 1,942,443 คน โดยในปี 2567 จะขยายผลไปถึงบุคลากรระดับท้องถิ่น โดยจะมีการออกแบบหลักสูตรดิจิทัลสำหรับท้องถิ่นโดยเฉพาะ และจะพัฒนาทักษะดิจิทัล onsite โดย TDGA และเครือข่าย มากกว่า 2,000 ราย ผ่านช่องทาง Online ด้วยระบบ DGLP ที่รองรับผู้เรียน มากกว่า 300,000 ราย

“ที่สำคัญมีการพัฒนา “ระบบท้องถิ่นดิจิทัล” ซึ่งเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลในระดับท้องถิ่น เพื่อช่วยสนับสนุนการบริหารงานและการให้บริการขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยปัจจุบันมี อปท. เข้ารับการอบรมแล้ว 659 หน่วยงาน ติดตั้งและใช้ระบบ 117 หน่วยงาน เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง สะดวกทุกที่ ทุกเวลา นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ได้ทั่วประเทศ” ดร.สุพจน์กล่าว

ดร.สุพจน์กล่าวว่า ระบบท้องถิ่นดิจิทัล เป็นระบบบริการประชาชนที่ประกอบด้วย 5 บริการหลัก คือ ระบบบริหารจัดการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (OSS), ระบบขออนุญาตก่อสร้าง (สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 150 ตร.ม.) ประชาชนขออนุญาตได้ด้วยตนเอง ปักหมุดสถานที่ก่อสร้างผ่านระบบออนไลน์, ระบบออกหนังสือรับรองแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือสถานที่สะสมอาหารออนไลน์ ประชาชนขอหนังสือรับรองฯ ได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์, ระบบชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อาทิ ค่าขยะ ค่าบำบัดน้ำเสีย ผ่านระบบออนไลน์ โดยเพียงสแกน QR Code และระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับหน่วยงาน/เจ้าหน้าที่รัฐ สามารถใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับ-ส่งหนังสือราชการกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ได้สะดวกรวดเร็วและประหยัดในการจัดพิมพ์เอกสารและจัดหาแฟ้มเก็บเอกสารอีกต่อไป

ดร.สุพจน์กล่าวว่า ครั้งนี้ DGA ลงพื้นที่จริงเพื่อดู “ระบบท้องถิ่นดิจิทัล” ของ เทศบาลตำบลบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ดร.เพ่ง บัวหอม ปลัดเทศบาลตำบลบางเสร่ ให้การต้อนรับพร้อมให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นดิจิทัล นับเป็นโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ในการใช้งานระบบท้องถิ่นดิจิทัลของประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ สามารถเข้าถึงบริการที่หลากหลายผ่านช่องทางเดียวได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา และยังสามารถติดตามสถานการณ์การดำเนินงานของตนเองได้ตลอดเวลา ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานภาครัฐเพื่อขอรับการบริการต่าง ๆ ขณะเดียวกันเทศบาลตำบลบางเสร่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการและให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลได้โดยง่าย สามารถจัดเก็บข้อมูล ติดตาม และให้บริการอย่างเป็นระบบ ลดต้นทุนในการดำเนินงานและให้บริการประชาชน

ดร.สุพจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายเพื่อนบางเสร่ หรือ B-Buddy Bang Saray เป็นอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจในระบบดิจิทัลของกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และประชาชนทั่วไป ให้มีความเข้าใจและเข้าถึงมากขึ้น เน้นความสำคัญในเรื่องของโอกาสประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าใช้บริการสาธารณะ ซึ่งทีม B-Buddy จะมีการแจ้งถึงข้อมูล บัญหา ข้อคิดเห็น ที่ส่งตรงมายังเทศบาลด้วยระบบดิจิทัล และร่วมกันแยกแยะประเด็นร่วมกับทีมพนักงานของเทศบาลฯ แล้วส่งต่อให้ผู้บริหารแก้ปัญหา และหาแนวทางแก้ไข

“จากความสำเร็จของโครงการต่างๆ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ที่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทและภาระกิจของ DGA ในการนำประเทศให้เป็น Smart Nation Smart Life เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีการบริหารจัดการและนำเสนองานบริการสาธารณะผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลส่งผลให้ประเทศไทยได้อันดับการพัฒนาด้านรัฐบาลดิจิทัลที่จัดสำรวจโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”ดร.สุพจน์กล่าว

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image