‘คาร์มาร์ท’ จ่อปิดดีลพาร์ตเนอร์ญี่ปุ่นลุยต่างประเทศ ตั้งเป้าโกยรายได้ทะลุ 4 พัน ล.ใน 3 ปี
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายวงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล กรรมการบริษัท กรรมการบริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) “KARMART” เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับการขยายธุรกิจทั้งในส่วนของออฟไลน์และออนไลน์เติบโตควบคู่ไปด้วยกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ยอดขายในช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เติบโตดีเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันหลังจากผู้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ก็มองหาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์กันมากขึ้น เนื่องจากต้องออกไปเข้าสังคม พบปะผู้คน จึงต้องดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ ทำให้บริษัทต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองช่องทางควบคู่กัน เพื่อทำให้สร้างรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้มีการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทวางเป้าหมายรายได้ตลอดปีนี้ไว้ที่ประมาณ 2,400 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 25% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,800 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการที่เพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แบรนด์เดิมที่ทำตลาดอยู่นั้นก็เติบโตมากขึ้นทุกแบรนด์ ทุกช่องทาง และทุกกลุ่ม
“ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางดังกล่าวเติบโตถึง 80% มาจากการที่บริษัทได้แยกแบรนด์ในเครือมาทำช่องทางออนไลน์ของตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์แต่อยู่ในเฉพาะร้านคาร์มาร์ท ซึ่งการแยกแต่ละแบรนด์ออกมาทำแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าเดิม”
นายวงศ์วิวัฒน์กล่าวว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับการมองหาพาร์ตเนอร์ที่เป็นกลุ่มบิวตี้ อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อพัฒนาแบรนด์ต่างๆ ร่วมกัน โดยในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ จะมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับทาง KMGI มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เบื้องต้นจะทำตลาดผ่านสองแบรนด์ใหม่ คือ BEAUTILOX แบรนด์ในกลุ่มสกินแคร์ และ Face it แบรนด์ในกลุ่มเมกอัพ ซึ่งสินค้าต่างๆ ถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “ความงามที่เป็นมาตรฐานนางงาม ความสมบูรณ์แบบ ความสวยแบบฉบับนางงาม”
ขณะเดียวกันบริษัทยังมองโอกาสของการขยายสาขาในรูปแบบที่ขนาดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้ขยายโมเดล Flagship Store แห่งแรกของคาร์มาร์ท ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าซีคอนบางแค รวมถึงยังได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ในการขยายเข้าสู่ธุรกิจบริการด้านความงาม โดยได้ร่วมกับ อ.หญิง ยุคลฉัตร จันทคร เจ้าของธุรกิจสักคิ้วชื่อดัง The Beauty Arts ผู้นำเทรนด์การสักคิ้วเทคนิคต่างๆ ผ่านการอบรมจากเกาหลี ภายใต้ชื่อร้าน “K-Brow By The Beauty Arts” ซึ่งอยู่ภายในสาขาแห่งนี้ และมีผลตอบรับจากลูกค้าดีเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสของตลาดเครื่องหอมปรับอากาศ ที่มีอัตราการเติบโตสูงมากนับแต่ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้คนต้องทำกิจกรรมอยู่แต่ภายในบ้านของตัวเอง อาจทำให้เกิดความเครียด และต้องการสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจมาแรงช่วงโควิด ทำให้บริษัทจะทำการเปิด Flagship Store แห่งแรกให้กับแบรนด์ “รื่นรมย์” ซึ่งเบื้องต้นน่าจะเป็นทำเลย่านทรงวาด เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น พื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร โดยเมนูต่างๆ จะได้แรงบันดาลใจจากสินค้าแบรนด์รื่นรมย์ มองว่า Flagship Store แห่งนี้จะทำให้แบรนด์ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น
นายวงศ์วิวัฒน์ยังกล่าวอีกว่า นอกเหนือจากตลาดในประเทศที่บริษัทเตรียมรุกธุรกิจในทุกรูปแบบแล้ว ในส่วนของต่างประเทศก็โตมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันมีการส่งออกไปยัง 19 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 10% ของรายได้ทั้งหมด โดยในปีนี้บริษัทจะมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่น บริษัท ที่จะเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ขยายตลาดต่างประเทศให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการและน่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ และมองว่าในอีก 3 ปีข้างหน้ารายได้รวมน่าจะไปถึง 4,000 ล้านบาทอีกด้วย

