หน้าแรก เศรษฐกิจ บาทเปิดเช้านี...

บาทเปิดเช้านี้ ‘อ่อนค่าเล็กน้อย’ ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ รอลุ้นตัวเลขส่งออก ส.ค.

26.09.23 | 09:47 น.

บาทเปิดเช้านี้ ‘อ่อนค่าเล็กน้อย’ ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ รอลุ้นตัวเลขส่งออก ส.ค.

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.14 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.00-36.35 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเล็กน้อย (แกว่งตัวในช่วง 36.09-36.22 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการปรับตัวแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ยังคงได้แรงหนุนจากความกังวลของผู้เล่นในตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้น (Higher for Longer) ซึ่งมุมมองดังกล่าวยังได้ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ ปรับตัวขึ้นต่อ โดยการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ ยังได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงทดสอบโซนแนวรับหลักอีกครั้ง

นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา พร้อมกับการย่อตัวลงของราคาทองคำ ยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนโมเมนตัมฝั่งอ่อนค่าของเงินบาท ทำให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าต่อทดสอบโซนแนวต้านหลักในระยะสั้น แถวโซน 36.30 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง หากนักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับมาเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยและเดินหน้าเทขายทั้งหุ้นรวมถึงบอนด์ไทยอย่างต่อเนื่อง เงินบาทก็สามารถอ่อนค่าทดสอบโซนดังกล่าวได้ไม่ยาก

ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนของเงินบาทในช่วงทยอยรับรู้รายงานยอดการส่งออกและนำเข้าของไทย โดยหากยอดการส่งออกหดตัวน้อยกว่าคาด จนทำให้ดุลการค้าอาจไม่ได้ขาดดุลไปมากกว่า -1.8 พันล้านดอลลาร์ ตามที่ตลาดคาด ก็อาจพอช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง อนึ่ง เงินบาทอาจยังไม่สามารถกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ชัดเจน จนกว่าจะเห็นปัจจัยที่สามารถกดดันให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้

ซึ่งกรณีที่จะเห็นเงินบาทแข็งค่าได้ชัดเจน ควรเห็นทั้งการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ พร้อมกับการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ และการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ โดยเรามองว่าภาพดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มออกมาแย่กว่าคาดชัดเจน (สัปดาห์นี้จะมีข้อมูลสำคัญอย่างดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และอัตราเงินเฟ้อ PCE) ทำให้ตลาดเริ่มไม่เชื่อใน Dot Plot ใหม่ของเฟด

Advertisement

“สินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูงจากนโยบายการเงิน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง” นายพูนกล่าว

ขณะเดียวกัน ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หนุนโดยความกังวลแนวโน้มเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน ซึ่งส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทยอยปรับตัวขึ้นใกล้ทดสอบแนวต้านสำคัญแถว 106 จุด (กรอบ 105.5-106.1 จุด)

นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานยอดการส่งออก (Exports) และยอดการนำเข้า (Imports) ของไทยในเดือนสิงหาคม โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่า ยอดการส่งออกอาจหดตัวต่อเนื่อง -3.6%y/y ตามการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจคู่ค้า และแม้ว่ายอดการนำเข้าจะหดตัว -10%y/y เช่นกัน แต่ทว่าโดยรวมดุลการค้า (Trade Balance) อาจขาดดุลกว่า -1.8 พันล้านดอลลาร์

ส่วนในฝั่งสหรัฐ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ข้อมูลตลาดบ้าน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย Consumer Confidence

“และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้งเฟด และ ECB เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป” นายพูนกล่าว