ซัพพลาย “อสังหาภาคใต้” เหลือขาย 6.5 หมื่นล้าน “ภูเก็ต-สงขลา-สุราษฎร์” น่าห่วง
เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งแรกปี 2566 ของ 4 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีหน่วยพร้อมขาย 17,719 หน่วย มูลค่า 75,841 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 5,627 หน่วย มูลค่า 23,376 ล้านบาท บ้านจัดสรร 12,092 หน่วย มูลค่า 52,465 ล้านบาท มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 3,905 หน่วย มูลค่า 12,695 ล้านบาท มีโครงการขายได้ใหม่ 2,715 หน่วย มูลค่า 10,694 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขาย 15,004 หน่วย มูลค่า 65,147 ล้านบาท
นายวิชัยกล่าวว่า โดยภูเก็ตมีการเสนอขายถึง 7,507 หน่วย ลดลง 4.8% มูลค่า 36,662 ล้านบาท ลดลง 7.4% เป็นบ้านจัดสรร 3,290 หน่วย มูลค่า 17,629 ล้านบาท อาคารชุด 4,217 หน่วย มูลค่า 19,033 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีเปิดขายใหม่ 1,604 หน่วย เพิ่มขึ้น 237% มูลค่า 4,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5 % ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มี 1,465 หน่วย เพิ่มขึ้น 18.5 % มูลค่า 6,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5 %และหน่วยเหลือขาย 6,042 หน่วย ลดลง 9.1 % มูลค่า 30,262 ล้านบาท ลดลง 10.3% คาดปี นี้มีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาด 2,406 หน่วย มูลค่า 6,759 ล้านบาท มีหน่วยขายได้ใหม่ 2,789 หน่วย มูลค่า 12,146 ล้านบาท มีเหลือขาย 5,520 หน่วย มูลค่า 27,621 ล้านบาท
ส่วนสงขลามีที่อยู่อาศัยเสนอขาย 5,388 หน่วย เพิ่มขึ้น 37.7 % มูลค่า 20,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2 % เป็นบ้านจัดสรร 4,534 หน่วย มูลค่า 18,820 ล้านบาท อาคารชุด 854 หน่วย มูลค่า 1,960 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีเปิใหม่1,782 หน่วย เพิ่มขึ้น 552.7% มูลค่า 6,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 555.6% มีหน่วยขายใหม่ 604 หน่วย เพิ่มขึ้น 16.8 % มูลค่า 2,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9 % เหลือขาย 4,784 หน่วย เพิ่มขึ้น 40.9 % มูลค่า 18,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.6 % คาดการณ์ปีนี้จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 2,673 หน่วย มูลค่า 9,281 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 1,229 หน่วย มูลค่า 4,209 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 5,050 หน่วย มูลค่า 19,589 ล้านบาท
ขณะที่สุราษฎร์ธานี มีเสนอขาย 3,279 หน่วย เพิ่มขึ้น 42.1% มูลค่า 12,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5 % แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 2,723 หน่วย มูลค่า 9,738 ล้านบาท อาคารชุด 556 หน่วย มูลค่า 2,382 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีเปิดขายใหม่ 432 หน่วย เพิ่มขึ้น 1,036.8 % มูลค่า 1,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น775.8 % มีหน่วยขายได้ใหม่ 459 หน่วย เพิ่มขึ้น 37.8 % มูลค่า 1,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3 % หน่วยเหลือขาย 2,820 หน่วย เพิ่มขึ้น 42.9% มูลค่า 10,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.4 % คาดปีนี้มีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาด 648 หน่วย มูลค่า 2,359 ล้านบาท มีหน่วยขายได้ใหม่ 863 หน่วย มูลค่า 2,844 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 2,632 หน่วย มูลค่า 9,830 ล้านบาท
ด้านนครศรีธรรมราช มีที่อยู่อาศัยเสนอขาย 1,545 หน่วย ลดลง26.4 % มูลค่า 6,279 ล้านบาท ลดลง 25.6 % เป็นบ้านจัดสรรเพียงอย่างเดียว ในครึ่งปีแรกมีเปิดขายใหม่ 87 หน่วย เพิ่มขึ้น 770% มูลค่า 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 823.9 % มีหน่วยขายได้ใหม่ 187 หน่วย ลดลง 55.9 % มูลค่า 697 ล้านบาท ลดลง56.9 % และหน่วยเหลือขาย 1,358 หน่วย ลดลง8.9 % มูลค่า 5,582 ล้านบาท ลดลง 18.2 % คาดปีนี้มีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาด 131 หน่วย มูลค่า 644 ล้านบาท มีหน่วยขายใหม่ 352 หน่วย มูลค่า 1,313 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 1,236 หน่วย มูลค่า 5,081 ล้านบาท
นายวิชัยกล่าวว่าโดย 5 ทำเล ที่มีหน่วยเหลือขายมากสุด ได้แก่ 1.เทพกระษัตรี-ศรีสุนทร 1,401 หน่วย มูลค่า 5,359 ล้านบาท 2 .ท่าข้าม-ควนหิน 1,003 หน่วย มูลค่า 4,261 ล้านบาท 3.ประดู่-บางชุมโถ 929 หน่วย มูลค่า 2,790 ล้านบาท 4.เกาะแก้ว-รัษฎา 877 หน่วย มูลค่า 6,989 ล้านบาท 5.หาดบางเทา-หาดสุรินทร์ 857 หน่วย มูลค่า 5,319 ล้านบาท เป็นระดับราคา 3-5 ล้านบาทมากสุดถึง 5,406 หน่วย มูลค่า 22,609 ล้านบาท
นายวิชัยกล่าวว่า ส่วน 5 ทำเลที่มีหน่วยขายได้สูงสุด ได้แก่ 1.ตลาดใหญ่-ตลาดเหนือ 462 หน่วย มูลค่า 857 ล้านบาท 2 .ในเมืองกระทู้ 219 หน่วย มูลค่า 552 ล้านบาท 3.หาดบางเทา-หาดสุรินทร์ 216 หน่วย มูลค่า 1,507 ล้านบาท 4.ประดู่-บางชุมโถ 185 หน่วย มูลค่า 484 ล้านบาท 5.เกาะแก้ว- รัษฎา 173 หน่วย มูลค่า 1,419 ล้านบาท

