‘พณ.’ ปลื้มส่งออก ส.ค. ขยายตัว 2.6% คาดโค้งสุดท้ายอาจพลิกบวก คงเป้า 1-2% ผู้ส่งออกมองลบ 1%

26.09.23 | 13:03 น.

‘พณ.’ ปลื้มส่งออก ส.ค. ขยายตัว 2.6% คาดโค้งสุดท้ายอาจพลิกบวก คงเป้า 1-2% ผู้ส่งออกมองลบ 1%

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนสิงหาคม 2566 กลับมาบวกอีกครั้งในรอบ 11 เดือน (นับจากเดือนกันยายน 2565) มีมูลค่า 24,279.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.6% หากหักสินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 3.9% ขณะที่นำเข้ามีมูลค่า 23,919.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 12.8% ทำให้ไทยได้ดุลการค้า 359.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ 8 เดือนแรก 2566 ไทยส่งออกรวม 187,593.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 4.5% นำเข้ารวม 195,518.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 5.7% และขาดดุลการค้ารวม 7,925.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 353,009 ล้านบาท

“ไม่ได้ตื่นเต้นที่ตัวเลขบวก 2.6% แต่ดูที่มูลค่าทำได้เกินค่าเฉลี่ยปกติเดือนสิงหาคมของทุกปีอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่สิงหาคมปีนี้เกิน 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ผมโอเคกับตัวเลขนี้และเป็นยาใจให้เรามีกำลังใจทำงานมากยิ่งขึ้น ถ้าเรายังสามารถผลักดันตัวเลขนี้ได้ต่อเนื่องก็จะทำให้มีโอกาสที่ส่งออกปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน และเชื่อว่าส่งออกจากนี้ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป” นายกีรติกล่าว

นายกีรติกล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มส่งออกในช่วง 4 เดือนหลังปีนี้ คาดว่าในเดือนกันยายนอาจติดลบเล็กน้อยเพราะฐานเดือนเดียวกันนี้สูง หรือมีมูลค่า 24,953 ล้านเหรียญสหรัฐ จากนั้นในเดือนตุลาคม-ธันวาคม มูลค่าส่งออกไปอยู่ 2.1-2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งดูจากความต้องการสินค้าเกษตรที่ทั่วโลกยังประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจนกระทบต่อผลผลิตก็จะนำเข้ามากขึ้น อีกทั้งเข้าเทศกาลปีใหม่จะมีการซื้อเพิ่มกว่าปกติ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน สหรัฐ เอเชีย ก็มีโอกาสให้มูลค่าส่งออกเกิน 2.3-2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ไตรมาส 4/2566 มีตัวเลขเป็นบวก และส่งผลให้ส่งออกรวมของไทยติดลบน้อยลง โดยมีโอกาสที่ส่งออกปีนี้จะเท่าปีก่อน 0% หรือติดลบ 1% ซึ่งหากเทียบส่งออกไทยกับทั่วโลกถือว่าไทยดีกว่ามาก โดยอินเดีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย แม้จีนยังติดลบ 6.9% 7.3% 8.3% 12.6% 21.2% 21.2% และ 8.8% ตามลำดับ

ทั้งนี้ การส่งออกเดือนสิงหาคมปีนี้กลับมาบวกมาจากสินค้าเกษตรกลับมาบวกรอบ 4 เดือน และบวก 4.2% โดยเฉพาะผลไม้สด บวก 99% บางชนิดบวกสูงมาก เช่น มังคุด เพิ่ม 2.8 หมื่นเปอร์เซ็นต์ ข้าวบวก 10.8% สิ่งปรุงอาหาร บวก 28.6% เป็นต้น ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม บวก 2.5% โดยเฉพาะจากการบวกขึ้นของรถยนต์และชิ้นส่วน แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น รวมถึงค่าบาทขยับอ่อนลงแตะ 35.50 บาท/เหรียญสหรัฐ และตลาดส่งออกหลักกลับมาเป็นบวกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามที่จะมีผลต่อส่งออก คือ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากการคงอัตราดอกเบี้ยสูงระยะยาว จะชะลอการผลิตและการบริโภค ภาวะภัยแล้งกระทบต่อผลผลิตเพื่อส่งออก ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่มีท่าทีจะยุติ

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมยังตั้งเป้าการทำงานผลักดันส่งออกปี 2566 บวก 1-2% แม้จะกังวลเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อทั่วโลกที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ โดยมีการเร่งจัดกิจกรรมระบายสินค้าและจัดคณะเจรจาการค้าในหลายประเทศ เช่น จีน ในเดือนพฤศจิกายนนี้

Advertisement

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ซึ่งร่วมในการแถลงตัวเลขส่งออกครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า หากจะให้การส่งออกปี 2566 ไม่ติดลบ หรือ 0% ช่วง 4 เดือนที่เหลือต้องส่งออก 24,960 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน แม้ติดลบ 1% ยังต้องทำมูลค่า 24,200 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ซึ่งดูจากปัจจัยภายนอกเป้าบวก 1-2% ไม่ใช่เรื่องง่าย เดือนสิงหาคมที่มีตัวเลข 24,479 ล้านเหรียญ เป็นตัวเลขที่เซอร์ไพรส์ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือในการทำงานร่วมของรัฐและเอกชนต่อการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างไรก็ตาม สรท.ยังมองว่าการส่งออกทั้งปีนี้น่าจะติดลบ 1% ส่วนตัวเลขการนำเข้าที่ขยายตัวติดลบ 12% นั้น หากดูในรายละเอียดไม่ได้ลดจากกลุ่มทุน และสินค้าเพื่อการผลิตส่งออก เชื่อว่าไม่ได้กระทบต่อการผลิตในอนาคต ส่วนที่ต้องจับตาคือค่าเงินผันผวนเร็ว ตอนนี้อ่อนหลุด 35 บาท แต่มองว่าสิ้นปีจะแข็งค่าอีกครั้งแตะ 34 บาท ซึ่งหากค่าเงินยังขึ้นลง 34-35 บาท ก็ยังแข่งขันได้