ก.อุตลุยตรวจ 2 โรงงานสมุทรสาครไม่รายงานธุรกิจ กากนอกระบบเพียบ สั่งปรับ – สอบสวนต่อ
นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ในจังหวัดสมุทรสาคร ตามปฏิบัติการ “ตรวจสุดซอย” ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการทั่วประเทศ กรณีโรงงานอุตสาหกรรมไม่รายงานการประกอบกิจการ ว่า โรงงานอุตสาหกรรมต้องรายงานการประกอบกิจการ ถือเป็นหน้าที่ต้องปฏิบัติ หากเพิกเฉย กระทรวงฯจะใช้ทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด 4 ด้าน คือ กำกับดูแลกากอุตสาหกรรม กำกับการระบายน้ำออกนอกบริเวณโรงงาน กำกับดูแลการปล่อยมลพิษทางอากาศของโรงงาน กำกับดูแลความปลอดภัยต่างๆ ในโรงงาน หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที รวมทั้งสั่งปรับปรุงแก้ไขโรงงาน หรือถูกระงับการประกอบกิจการตามกฎหมายมาตรา 37 และมาตรา 39 พ.ร.บ.โรงงาน และหากพบปัญหาการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บีโอไอ เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวพิจารณาดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการลงตรวจโรงงานฯ ในจังหวัดสมุทรสาคร 2 แห่ง ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรม และเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจโรงงานแบบไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า โรงงานแห่งแรกประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายลวดเหล็ก ไม่รายงานข้อมูลมาที่กระทรวงอุตสาหกรรมติดต่อกัน 2 ปี ตรวจสอบพบว่า โรงงานมีกากอุตสาหกรรม คือ ฝุ่นเหล็กที่หลงเหลือจากกระบวนผลิตต้องทิ้งเดือนละกว่า 10 ตัน โดยจะมีบริษัทรับจ้างกำจัดกากอุตสาหกรรมเข้ามารับซื้อถึงที่ แต่ก็ไม่ทราบว่านำไปกำจัดเป็นที่ใดและไม่มีการรายงานมายังกระทรวงฯ ดังนั้นจึงสืบหาข้อมูลของผู้รับซื้อต่อไปว่ามีการกำจัดกากอย่างถูกต้องและถูกกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ด้านระบบความปลอดภัย พบว่ายังขาดมาตรการและอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุจากการขนย้ายวัสดุในที่สูงและหน้ากากป้องกันฝุ่นเหล็กที่เกิดจากกระบวนการผลิต อีกทั้งยังพบว่าโรงงานมีการสร้างส่วนต่อเติมขยายโรงงานที่ยังไม่ได้มีการแจ้งมายังกระทรวงให้ทราบอีกด้วย หลังจากนี้จะตรวจสอบแบบผังโรงงานว่าตรงตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามแบบก็จะใช้กฎหมายดำเนินการต่อไป

ขณะที่โรงงานที่ 2 เป็นโรงงานประกอบกิจการผลิตไส้ที่นอน PE FOAM ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการรายงานข้อมูลการประกอบกิจการ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า โรงงานฯ มีกากอุตสาหกรรม คือ เศษพลาสติกจำนวนมาก บริษัทได้ให้ผู้รับซื้อนำไปกำจัด แต่ยังไม่มีข้อมูลผู้ซื้อที่ชัดเจนว่ามีการกำจัดอย่างไร จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลต่อไป ด้านสภาพโรงงานพบว่ามีการเพิ่มเครื่องจักรโดยไม่ได้มีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม มีการวางวัตถุดิบไม่เป็นระเบียบ มีการกองสุมกันของเศษวัสดุไวไฟเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ไม่เพียงพอ อาจเกิดอัคคีภัยได้โดยง่าย ขณะที่แรงงานไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากฝุ่นขนาดเล็กในกระบวนการผลิตที่ดีพอ อาจส่งผลต่อสุขภาพของแรงงานได้ในอนาคต
“สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เตรียมสรุปเป็นรายงานทั้งหมด เพื่อแจ้งกลับไปยังบริษัทให้ดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป การตรวจโรงงานในวันนี้ แม้จะยังไม่พบปัญหาที่ร้ายแรง ขณะที่ภาพรวมมีโรงงานไม่รายงานกว่า 10% จากจำนวนโรงงานทั้งหมดกว่า 65,000 แห่ง ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งติดตามตรวจโรงงานทุกมิติอย่างเคร่งครัดทั่วประเทศต่อไป” นายวิษณุกล่าว

