วีซ่าฟรี คึกคัก ปลุกท่องเที่ยวฟื้น?
การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงนี้กับมาตรการ วีซ่าฟรี หรือยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemtion) ของรัฐบาล ที่ดีเดย์วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ไฮไลต์ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปเป็นประธานให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกว่า 300 คน ที่เดินทางโดยสายการบินแอร์ เอเชียเอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ 761 เส้นทางเซี่ยงไฮ้-สุวรรณภูมิ ดังนั้น มาตรการวีซ่าฟรีแก่นักท่องเที่ยวจากจีนและคาซัคสถาน เป็นมาตรการที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ถือเป็นยาแรงที่อัดฉีดเข้ามาเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำ
ภาครัฐและเอกชนจึงคาดหวังว่าจะเป็นตัวช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยไว้ได้
“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การใช้วีซ่าฟรีเข้ามาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย จะดึงกลุ่มตลาดคาซัคสถานและจีน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว กลุ่มทัวร์ และกลุ่มอินเซนทีฟ เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ที่ถือเป็นกลุ่มมีศักยภาพใช้จ่ายสูง รวมถึงวีซ่าฟรีออกมาทันช่วงวันหยุดยาวชาติจีน ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมออกเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องถึงช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ เชื่อว่าจะยิ่งช่วยผลักดันสู่เป้าหมายภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ของปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25-30 ล้านคน และสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศให้กลับมาในอัตรา 80% ของปี 2562 ที่ 1.5 ล้านล้านบาท พร้อมมุ่งสู่เป้ารายได้รวม 2.38 ล้านล้านบาท ส่วนวีซ่าฟรีจะมีการเพิ่มประเทศมากขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าจะมีข้อมูลออกมาเพิ่มเติมแน่นอน แต่ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการติดตามประเมินผลการดำเนินการก่อน
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า ตลาดคาซัคสถานถือเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี โดยคาดว่าในช่วง 5 เดือนของการดำเนินมาตรการวีซ่าฟรี จะมีชาวคาซัคสถานเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนประมาณ 129,485 คน เพิ่มขึ้น 49.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 สร้างรายได้ประมาณ 7,930 ล้านบาท ส่วนตลาดจีน คาดการณ์ว่าตลอดช่วงระยะเวลา 5 เดือนนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนประมาณ 1,912,000-2,888,500 คน ทำให้สัดส่วนการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 41-62% สร้างรายได้เข้าประเทศ 92,583-140,313 ล้านบาท
คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นในอัตรา 7 แสนคนต่อเดือน จากเดิมที่คาดว่าจะเข้ามาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5 แสนคนต่อเดือน ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ ทำให้ทั้งปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมายที่ 5 ล้านคนได้ สร้างรายได้อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท
“กิตติพงศ์ กิตติขจร” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) กล่าวว่า จากข้อมูลผู้โดยสารใน 11 เดือนแรกของปี 2566 พบว่าชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยเป็นอันดับ 1 จากจำนวนผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศทั้งหมด 16,888,478 คน เป็นผู้โดยสารสัญชาติจีน 1,587,246 คน คิดเป็น 9.40% รองลงมา ได้แก่ สัญชาติอินเดีย 1,248,737 คน คิดเป็น 7.39% และอันดับ 3 ได้แก่ สัญชาติเกาหลีใต้ 1,110,567 คน คิดเป็น 6.58% หลังจากเริ่มต้นมาตรการวีซ่าฟรีจะมีจำนวนสายการบินที่ทำการบินระหว่าง ทสภ. กับท่าอากาศยานต่างๆ จากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 25 สายการบิน จากเดิมก่อนเริ่มมาตรการมีสายการบินทำการบินจำนวน 19 สายการบิน สำหรับจำนวนเที่ยวบินคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,075 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม ซึ่งมีเที่ยวบิน 2,132 เที่ยวบิน และเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน ซึ่งมีเที่ยวบิน 2,335 เที่ยวบิน ทำให้ปัญหาความกังวลด้านการฟื้นตัวกลับมาของจำนวนเที่ยวบินเริ่มคลายตัวมากขึ้นด้วย
ด้านการท่องเที่ยวภาคเหนือ “ไพศาล สุขเจริญ” นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ระบุว่า วีซ่าฟรีปลุกท่องเที่ยวฟื้นได้จริง จากที่พูดคุยกับนักท่องเที่ยว 4-5 ราย ที่เดินทางมาแบบครอบครัวใหญ่และมาเป็น
กลุ่มเพื่อนหรือแบบวัยรุ่นหนุ่มสาว ต่างบอกว่าง่ายๆ ดี ทุกอย่างง่ายขึ้น รวมทั้งระบบการผ่านด่านตรวจศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีระบบและระเบียบที่รวดเร็ว เขาบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้สบายเลย เพราะสามารถบินมากินข้าวกลางวัน นอนค้าง 1 คืน จะกลับก็ได้ หรืออยากจะบินมาเมื่อไหร่ก็ได้ เรียกว่าผลตอบรับดีมากๆ เพราะถือว่าเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี
“มาตรการนี้ถือว่าตอบโจทย์นักเดินทางให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ผมว่า 5 เดือนน้อยไปหากยิงระยะยาวไปนานกว่านี้ก็น่าจะดี โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น เพราะตอนนี้เรากำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นแล้ว เรียกว่าตอนนี้ยอดจองห้องพักกระเตื้องขึ้นมาก มีนักท่องเที่ยวจองห้องพักเข้ามา 80-90% แล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนนี้ ยาวไปถึงวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงวันชาติจีน ตอนนี้เกือบเต็มแล้วและยังต่อเนื่องจากวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติไต้หวัน ยาวไปจนถึง 15 ตุลาคม ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับจังหวัดท่องเที่ยวของเราได้เป็นอย่างดี”
ไพศาลระบุอีกว่า ประเทศที่ควรขยายโครงการวีซ่าฟรีน่าจะเป็นกลุ่มประเทศในแถบตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย คูเวต ซึ่งมีรายได้สูง กระเป๋าหนัก จับจ่ายไม่อั้น เวลาเดินทางมาแบบยกครอบครัวไม่ต่ำกว่า 10 คน ชอบพักในโรงแรม 5 ดาว ราคา 5,000-6,000 บาท 5-8 ห้องต่อครอบครัว หรือรีสอร์ต แบบเหมาบ้านเป็นหลัง ชอบท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เลี้ยงช้างอาบน้ำช้าง ตื่นเต้นเวลาอยู่กับช้างมาก ชอบเล่นซิปไลน์ เดินป่าในพื้นที่ อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.เชียงดาว พักหลายวัน 5-7 วัน หรือ 7-15 วัน ชอบกินอาหาร 10,000 บาทต่อมื้อ ส่วนกลุ่มยุโรปเขามาอยู่แล้วประจำปี ซึ่งส่วนใหญ่หนีหนาวมาพักผ่อนบ้านเรา เช่น เดนมาร์ก สวีเดน เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
ส่วน “บุญอนันต์ พัฒนสิน” นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวพัทยา ชลบุรี สะท้อนว่า เมืองพัทยานั้น นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานยังไม่ได้เดินทางมาตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อาจจะติดปัญหายังไม่มีไฟลต์บินตรงจากจีนมาลงสนามบินอู่ตะเภา ต่างจากภูเก็ตกับเชียงใหม่ที่มีไฟลต์บินตรงลง ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเมืองพัทยายังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนนักท่องเที่ยวคาซัคสถานต้องรอประมาณเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นหน้าไฮซีซั่นของกลุ่มนักท่องเที่ยวคาซัคสถานที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถชี้วัดได้ว่าการวีซ่าฟรีเป็นนโยบายที่ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหรือไม่ กลับกันวีซ่าฟรีทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสะดวกมากยิ่งขึ้น
“พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนได้เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่จะเดินทางมาแบบ FIT มากกว่ากรุ๊ปทัวร์ หลังจากที่มีการวีซ่าฟรีจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์เดินทางเข้ามาพัทยาเพิ่มมากขึ้น ทุกโครงการที่รัฐบาลทำขึ้นเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ภาคธุรกิจมีความกังวลในเรื่องของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เดินทางเข้ามาจะต้องถูกต้องตามกฎหมาย หากเข้ามาแบบผิดกฎหมายฉวยโอกาสกอบโกยอาจจะส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวของประเทศได้” บุญอนันต์ระบุ
มาตรการวีซ่าฟรีที่ออกมานั้นต้องติดตามว่าจะปลุกการท่องเที่ยวไทยให้ฟื้นได้จริงหรือไม่

